แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Lifestyle แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Lifestyle แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2559

Foxy Lady's Diary : New Face & New Address


เริ่มทำบล็อคมาตั้งแต่เดือนมีนาคมปี 2008 ซึ่งก็ผ่านมาหลายปีแล้ว..ทาง"Blogger"ซึ่งเป็นผู้ให้บริการมีการเปลี่ยนแปลงหน้าตาหรือบริการในส่วนเสริมน้อยมาก..น้อยจนทนต่อไปไม่ไหวแล้ว..5..5..5 ไอ้ครั้งที่จะไปจ้างเขาทำเวปก็ไม่มีเงินอีก..5..5..5 ฉะนั้น..เราคงต้องหาที่อยู่ใหม่ ซึ่งก็คือ"Wordpress"โดยที่ตอนนี้ดิฉันได้ย้ายข้อมูลเก่าทั้งหมดไปยัง"Wordpress"เรียบร้อยแล้ว ส่วนบล็อคที่เห็นอยู่นี้คงไม่ได้ปิดไป..แต่จะไม่การอัพเดทแล้ว..นี่คงเป็นบทความสุดท้าย..อำลาอาลัย..5..5..5 โดยเชิญเข้าไปเยี่ยมชม"Foxy Lady Diary"ในรูปแบบใหม่(ว๊าย..เขิล..5..5..5)ได้ตามลิงค์ที่ด้านล่างของบทความนี้คะ

New Address : Foxy Lady Diary

วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2558

ดิฉันแค่..สงสัย

Instagram : selfservicemagazine (21 / 9 / 2015 โดยประมาณ)


Instagram : azzedinealaiaofficial (27 / 9 / 2015 โดยประมาณ)

วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2558

Okinawa : ญี่ปุ่นวันแรกในชีวิต

Hong Kong Airlines

ช่วงที่ผ่านมา(คือที่หายๆไปนั่นแหละ)..ไปไหนมาก็ตั้งหลายที่(อย่าให้พูดเลยว่าไปหลายประเทศเลยอายชาวบ้านเขา..5..5..5) นี่กลับมาก็ครบเดือนพอดีเพิ่งจะมาเขียน..เห็นไหมว่าน่าอายมากกว่าน่าอวด..5..5..5 คราวนี้ไปโอกินาวา..เป็นการไปญี่ปุ่นหนแรก(และอาจเป็นหนสุดท้ายเนื่องจากหมดตัว..5..5..5) ที่เลือกโอกินาวาเพราะ..ชอบทะเล..และไม่อยากไปเมืองที่มีทุกๆอย่างบนโลกครบแล้วอย่างโตเกียว โดยเลือกสายการบินที่ไม่แพงเกินไปและไม่ถูกเกินไปอย่าง"Hong Kong Airlines" ซึ่งก็สะดวกสบายพอสมควรกับราคา มีหวาดเสียวเรื่องเลทนิดหน่อยพอหอมปากหอมคอแต่ไม่ถึงกับหงุดหงิด

Naha Airport : International Terminal

ดิฉันกับผู้ร่วมชะตากรรมอีกสามท่านเดินทางมาถึง"Naha Airport"ตอนสายๆของวันรุ่งขึ้นท่ามกลางอากาศขมุกขมัวสลัวจิตของหางพายุลูกที่แล้วที่เพิ่งจากไปอย่างฉิวเฉียด(โอกินาวามีพายุเข้าแทบทุกอาทิตย์)และกองทัพนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาล..คือ"Naha Airport"แบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนที่เป็นภายในประเทศสำหรับชาวญี่ปุ่นนั้นแลดูเหมือนอยู่ในห้าง"Isetan"ถึงจะไม่ได้ใหญ่โตแต่ก็มีครบทุกอย่างที่สนามบินทั่วไปพึงมี ภาพตัดกลับมาที่อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ..ที่แลดูเหมือนเกิดจราจลจากผู้ลี้ัภัยนานาชาติตั้งแต่ฝรั่ง, เกาหลี, ฮ่องกง, ใต้หวัน รวมไปถึงชาวสยามประเทศที่มีเพียงน้อยนิด

ถึงแม้ว่าจำนวนผู้อพยพ..ว๊ายไม่ใช่..นักท่องเที่ยวจะเยอะเกินกว่าตม.สนามบินเล็กๆจะรับมือไหว แต่เจ้าหน้าที่ของญี่ปุ่นก็รีบจัดการจนนักท่องเที่ยวตามที่เห็นในภาพหายไปอย่างรวดเร็วเกินความคาดหมาย อันนี้ถือเป็นระบบการจัดการปัญหาเฉพาะหน้าที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมาก

เครื่องจำหน่าย"Prepaid LTE Sim"

Yui Rail

เมื่อผ่านตม.ออกมาได้ดิฉันและผู้ร่วมเดินทางก็เดินออกมารับกระเป๋าเพื่อไปขึ้นรถไฟฟ้าที่เรียกว่า"Yui Rail"ที่ชั้น 2 ของฝั่ง"Domestic Terminal"หรือฝั่งอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ(ตรงนี้แหละเรื่องใหญ่เพราะระหว่างอาคารไม่มีทางเชื่อมใดๆ) โดยก่อนที่เราจะออกจากอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศก็มีเครื่องจำหน่าย"Prepaid LTE Sim"ซึ่งมีหลายประเภทหลายราคา โดยมีวิธีการใช้เครื่องจำหน่ายเป็นภาษาไทยติดไว้ด้วย! นี่คือข้อดีของญี่ปุ่นในช่วงนี้คือหลายที่(ไม่ทุกที่นะคะ)จะมีภาษาไทยกำกับบอกวิธีใช้ไว้ร่วมกับภาษาอังกฤษ, จีน และ เกาหลี

โดยตั๋วรถไฟฟ้า"Yui Rail"นั้นมีหลายประเภท แต่ดิฉันและผู้ร่วมเดินทางตกลงกันแล้วว่า..ซื้ออย่าง 3 วันเถอะเพื่อความสะดวก เพราะนี่คือการเดินทางมาโอกินาวาครั้งของทุกคน บัตรเดินทางอย่าง 3 วันนั้นใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนเที่ยว โดยจะมีเวลาหมดอายุของบัตรปั๊มไว้บนบัตร วิธีใช้ง่าย..แต่ยาก(เพราะเป็นหนแรก..5..5..5) โดยวางบัตรส่วนที่มีบาร์โค๊ตให้ตรงกับเครื่องสแกนบริเวณทางเข้า(คล้ายๆของ"BTS"แต่คนละแบบคะ)

(มีต่อ..แต่เมื่อไหร่ไม่รู้เหนื่อยละ..5..5..5)

Picture : Foxy Lady

วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2557

The District EM


Bangkok : เขาแถลงข่าวกันไปตั้งแต่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา..ก็รอจนชาวบ้านเขาลงข่าวกันให้หมดก่อน เพื่อจะได้อ่านของชาวบ้านว่า..เราเข้าใจอะไรผิดหรือตกหล่นไปรึปล่าว?..5..5..5 ตามข่าวเขาว่า"The District EM"จัดงานแถลงข่าวและพาสื่อต่างๆรวมไปถึงลูกค้าเข้าชมความคืบหน้าของโครงการไปแล้วหลายรอบ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ดิฉันได้ไปฉะนั้นรายละเอียดอาจตกหล่นไปบ้างอย่าถือสา..5..5..5


"The District EM"หมายถึงห้างสามห้างของ"The Mall Group"ที่ประกอบไปด้วยห้างเก่าที่กำลังทำการปรับปรุงใหม่หมดทั้งตึกอย่าง"The Emporium" ห้างใหม่ที่กำลังอยู่ในระหว่างก่อสร้างอย่าง"The EmQuartier" และห้างที่ยังเป็นเพียงแค่โครงการอย่าง"The Emsphere" ซึ่งทั้งสามห้างดังกล่าวนั้นอยู่เกาะกลุ่มกันรอบ"สถานีพร้อมพงษ์" ซึ่งเมื่อโครงการทั้งหมดเสร็จจุดเชื่อมของห้างทั้งสามไม่ว่าจะเป็น"สถานีพร้อมพงษ์", "อุทยานเบญจสิริ"และ"โรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค"จะได้รับการปรับปรุง(หรืออาจจะถึงขั้นมีการเปลี่ยนชื่อ!)เพื่อให้พื้นที่ทั้งหมดได้รับการออกแบบใหม่ให้ออกมาในแนวความคิดเดียวกัน


โดยที่"The Emporium"และ"The EmQuartier"จะมีร้านที่ยังไม่เคยมีในเมืองไทยมาก่อนตั้งแต่ร้านระดับแบบว่า.."Van Cleef & Arpels", "Tiffany & Co."ไปจนถึง"Banana Republic", "A Bathing Ape"และแบรนด์จากเกาหลีอย่าง"Stylenanda" โดยในวันที่แถลงข่าวและตามใน"Press Kit"นั้นยังมีร้านอาหารของดีไซน์เนอร์ไทยอย่าง"Asava"และ"Soda"อีกด้วย


นี่น่าจะเป็นศึกใหญ่ระหว่าง"Central"และ"The Mall Group" ซึ่งตอนนี้เราคงยังตัดสินไม่ได้ว่าอะไรหรือที่ไหนจะดีกว่ากันจนกว่าทาง"The District EM"จะเปิดทั้งหมดว่าจะมีและจะทำได้อย่างที่วางโครงการไว้ไหม?

Details : The Mall Group , Picture : [au]workshop

วันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เก่าไป..ใหม่มา


ช่วงไม่กี่ปีมานี้แต่ละแบรนด์เปลี่ยนคนออกแบบกันเป็นว่าเล่น มีสาเหตุการเปลี่ยนและเบื้องหน้าเบื้องหลังที่ซับซ้อนยิ่งกว่าหนังฮอลลี่วู๊ดแบบหักมุม..5..5..5 มีตั้งแต่ดีไซน์เนอร์ทำตัวไม่เหมาะสม, ผลงานไม่ทำเงินหรือผลกำไรเท่าที่คาดหวัง(สมัยนี้เขาไม่เอาสวยนะเขาเอาขายดี..5..5..5)ไปจนถึงโดนเฉดหัวด้วยความไม่พอใจส่วนตัว นั่นยังไม่รวมถึง..ดีไซน์เนอร์งอน, ออกตามหัวหน้าหรือสาเหตุแบบว่า..อยากมีเวลาดูแลแบรนด์ของตัวเอง(ประมาณว่าสาเหตุการออกจากงานคือไปเรียนต่อต่างประเทศ..5..5..5 ดีไซน์เนอร์บางคนออกไปท่ามกลางความเสียดายของหลายๆคน..แต่ในทางตรงข้ามดีไซน์เนอร์บางคนออกไปท่ามกลางความปิติคือแบบว่าควรจะออกไปได้ตั้งนานแล้ว..5..5..5 จริงๆที่นำมาเป็นตัวอย่างในบทความนี้นั้นยังไม่หมด..คือไม่ครบ แต่เนื่องจากเจ้าของบล๊อคขี้เกียจ..ขี้เกียจเขียน..ขี้เกียจหาข้อมูล..ฯลฯ ฉะนั้นเอาเท่าที่เขาลงไว้ก็แล้วกัน

Picture : MFFashion

วันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Foxy Lady's Diary : Pinterest


ถ้าหายไป..ไม่ได้ไปไหน สามารถติดตามได้ทางช่องทางอื่นๆคะ "Pinterest"เป็นอีกหนึ่งช่องทาง..ถึงแม้ไม่มีเขียนเรื่องราวต่างๆ..แต่ก็เป็นที่เก็บรูปภาพไว้เป็นหมวดหมู่ตามฤดูกาลรวมไปถึงภาพต่างๆที่น่าสนใจคะ

วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

Foxy Lady Diary : Facebook A Look Back


หายไปนาน..(อีกแล้ว)ก็งานคือเงิน..เงินคืองานนี่นา ไม่งั้นจะเอาเงินที่ไหนมายังชีพนั่งทำบล็อคกระโหลกกะลานี่ได้..5..5..5 นี่..เมื่อวานนี้เป็นวันที่ทาง"Facebook"ครบรอบ10ปีเลยมีหนังสั้นๆของผู้ใช้แต่ละคนออกมา..ก็มีทุกคนแหละ..5..5..5 แต่ของดิฉันเลือกที่จะโหลดในแบบ"HD"ลงใน"You Tube"แทน เพื่อที่จะได้ดูได้ทุกคนในแบบคมชัด(เท่าที่เขาจะทำออกมานะ..5..5..5) ถึงแม้ว่า"Facebook"ของดิฉันจะเพิ่งมี(2012)และไม่ได้มียอด"Like"หรือ"ผู้ติดตาม"แบบถล่มทลายอย่างชาวบ้าน แต่ก็ขอขอบคุณทุกคนที่เป็นเพื่อนใน"Facebook"ในปัจจุบันนี้คะ

วันจันทร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2556

รู้ไว้ใช่ว่า : There's No Business Like Fashion Business


โดยส่วนตัว..เรื่องเสื้อคนนั้นเหมือนเสื้อคนนี้..เสื้อคนนี้เหมือนเสื้อนั้น..ดิฉันว่ามันเป็นเรื่องปกตินะ คือมันเป็นวัฎจักรของแฟชั่น..มีคนเริ่ม..ก็มีคนตาม..ทั้งตามด้วยความนิยมชมชอบ..ไปจนถึงตามด้วยเหตุผลทางด้านธุระกิจ คนในวงการแฟชั่นส่วนนึงมักกระแหนะกระแหนแบรนด์อย่าง"Zara"ว่าเป็นแบรนด์แบบ"Fast Fashion"..ลวกๆ..เร็วๆ..และเร่งด่วน ขายเร็ว..เข้าว่า..ขาดซึ่งศิลปและความละเอียดอ่อนอันเป็นปัจจัยส่วนนึงของแฟชั่น ซึ่งทำให้ธุระกิจแฟชั่นโดนแบ่งชั้นวรรณะ..ว่านี่กลุ่มที่เป็นผู้นำ..ส่วนอีกกลุ่มเป็นผู้ตาม(ระยะประชิด..5..5..5) แต่มาวันนี้..วันที่อะไร..อะไร..ก็เปลี่ยนไปได้ คนกลุ่มเดิม(หรืออาจจะคนเดิมเสียด้วยซ้ำ)กลับพูดว่า.."ถ้าอยากรู้ว่าอะไรฮิตหรือขายได้ ให้ดูที่"Zara"ทำออกมาขาย" กลายเป็นว่าตอนนี้"Zara"กลายเป็นตัวกำหนดชะตากรรมของธุระกิจแฟชั่น? ภาพที่ลงประกอบนี้คือวัฎจักรของแฟชั่น..แฟชั่นยุคปัจจุบัน..แฟชั่นที่ยังชีพด้วยธุรกิจ..ไม่ใช่เพื่อศิลปอีกต่อไป "Givenchy"ของฤดูกาล"Fall/Winter 2013-2014"กลายมาเป็นลูกผสมแบบดัดแปลงของ"Zara TRF"ประจำฤดูกาลเดียวกันคือ"Fall/Winter 2013-2014"..ซึ่งอาจขายหมดไปแล้ว แล้วเมื่อได้เห็นเสื้อผ้าของ"Thakoon Addition"ประจำฤดูกาล"Pre-Fall 2014"..มันทำให้ดิฉันนึกถึงเสื้อผ้าของ"Zara TRF"คอเลคชั่นนั้นที่ผ่านมาอย่างน่าประหลาดใจ..ทั้งการใช้สีและลาย แต่นะ..นี่แหละธุระกิจแฟชั่น..ของยุคนี้

Picture : Style , Givenchy , Zara

วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ดิฉันแค่..สงสัย

ซ้าย : Thierry Mugler : Photographer (1988) , ขวา : The Hunger Games : Catching Fire (2013)

ซ้าย : Thierry Mugler : Photographer (1988) , ขวา : The Hunger Games : Catching Fire (2013)

Picture : Collider

วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

High Cut : Japan Vol.1

อย่างที่เขียนไว้ในบทความที่แล้ว สมัยนี้มันเป็นยุคแห่งสมัยนิยม..อะไรที่อยู่ในกระแส..แล้วรุนแรง มันก็มักจะพัดเอาสิ่งที่อ่อนแอ..และอ่อนแรง..หลุดลอยไปตามกระแส หลายคนเคยถามดิฉันว่า..เมื่อไหร่เกาหลีจะเลิกฮิต..หรือเมื่อไหร่กระแสเกาหลีจะหายไป ไม่ว่ากระแสอะไร..หรือความนิยมใดๆจะหมดไปหรือเสื่อมความนิยมก็ต่อเมื่อมันถึงจุดอิ่มตัว ตอนนี้เป็นเวลาของเกาหลีที่หลายๆคนไม่อาจปฎิเสธได้ แม้แต่ญี่ปุ่น..ประเทศที่คงความมีเอกลักษณ์ไม่ยอมตามใครง่ายๆ..และอย่างยิ่ง..ถ้าใครคนนั้นคือเกาหลี..ญี่ปุ่นยอมไม่ได้ แต่สมัยนี้นั้นเป็นสมัยที่ทุกอย่างอ่อนแรงต่อความต้องการ..ที่ไม่มีอะไรสำคัญมากไปกว่าเงิน เงินที่มาในคำสวยหรูที่เรียกว่า..การค้า

Picture : High Cut , Yes Asia

วันพุธที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

Foxy Lady 5th Anniversary T-Shirt


แจกเสื้อยืดครบรอบ 5 ปีของบล็อคนี้คะ จริงๆบล็อคนี้ครบรอบ 5 ปีไปตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา ช้าไปนิดด้วยเพราะหลายสาเหตุ เจ้าของบล็อคช้า,ช่างพิมพ์ช้า,ช่างเย็บช้า..ฯลฯ..5..5..5 จนเสื้อมาเสร็จเอาเดือนนี้..เฮ้อ..อ..ต้องโทษตัวเองที่ไม่วางแผนล่วงหน้า เสื้อครบรอบ 5 ปีนี้ไม่ได้ทำเยอะนัก โดยมีแค่เพียง 55 ตัว(แหม..ก็ครบ 5 ปี..5..5..5) ใครที่มีความประสงค์จะอยากได้เสื้อนี้ให้ส่งชื่อจริงและที่อยู่โดยละเอียดมาทางอี-เมล์"foxylady1963@gmail.com"คะ เสื้อจะโดนส่งผ่านทาง"EMS"สามารถตรวจสอบสถานะของพัสดุได้คะ

Foxy Lady 5th Anniversary T-Shirt  : Free T-Shirt (Only 55 Pieces). Only You Send Your Name and Address to Me by E-Mail : foxylady1963@gmail.com



รายละเอียด : เสื้อยืดเนื้อฝ้ายแขนสั้นสีดำขนาดตามที่ระบุ(5..5..5) พิมพ์ด้วยสีขาวและฟลอย์ทอง ไม่ควรซักด้วยน้ำยาฟอกผ้าขาว และควรกลับด้านซัก เช่นเดียวกับเวลารีดควรรีดด้วยไฟอ่อนจากด้านในเท่านั้นคะ

Details : Black Cotton-Jersey Short Sleeve T-Shirt, Metallic Gold Foil and White Print at Chest

วันเสาร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2556

Antonio Marras's Sketchbook


"Sketchbook"เล่มนี้ของ"Antonio Marras"ไม่ใช่หนังสือที่ตีพิมพ์ออกมาขาย แต่เป็นไดอารี่หรือสมุดจดบันทึกส่วนตัวที่เก็บเอาไว้เป็นข้อมูลในการทำงาน โดยที่"Antonio Marras"ได้กล่าวถึงสมุดเล่มนี้ไว้ว่า.."Notebooks are My Companions, Without Them, I am Lost. And With Them, I Never Feel Lonely."

Picture & Details : Style

วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2556

Foxy Lady's Diary : Instagram


สมัยนี้มีอะไร..ก็ต้องมีกันหมด แต่มันก็มีทางออกตรงที่..เราไม่จำเป็นต้องเหมือนคนอื่น..5..5..5 "Instagram"ของดิฉันคงผิดกับ"Instagram"ส่วนใหญ่ของชาวบ้านตรงที่..ดิฉันมองออกไป..ไม่ใช่มองกลับเข้ามา เรื่องรูปตัวเองคงไม่มี..ไอ้จะมานั่งถ่ายหน้าชิดกล้อง..นั่นก็ไม่ใช่วิสัย..รวมไปถึง..ไม่สวยพอ..5..5..5 ฉะนั้นเรื่องส่วนใหญ่คือเรื่องที่ได้เห็นมาทั้งเห็นเอง..และเรื่องของชาวบ้าน(อันนี้ถนัดมาก..5..5..5) ฉะนั้นเวลาดู..อย่าซีเรียสว่า..ดิฉันไปเจอดารา..เป็นเซเลปไปอยู่ตามงาน..หรือกำลังช๊อปปิ้งของ 7 หลักอยู่จริงๆ คือมีเอาไว้เล่นๆตามยุคสมัยเท่านั้นเอง


Foxy Lady's Diary : Instagram

วันพุธที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2556

รู้ไว้ใช่ว่า : รองเท้าเจ้ากรรม


จริงๆว่า..จะเขียนตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง แต่น่ะ..รอให้อารมณ์เย็นลงดีกว่า..อากาศยิ่งร้อนๆอยู่เดี๋ยวเป็นบ้า(มากกว่าเก่า..5..5..5) เมื่อไม่กี่วันก่อนเกิดอยากซื้อรองเท้าผ้าใบขึ้นมาเต็มกำลังทรัพย์..เท่าที่จะพอมี..คืออยากซื้อเท่าที่จะซื้อได้ แล้วนั่นเองคือที่ทำให้เกิดเรื่อง

หลังจากซื้อสีอื่นๆที่อยากซื้อแล้วเรียบร้อยก็นึกขึ้นมาได้ว่าอยากได้รองเท้า"Y-3" แล้วก่อนหน้าเห็นทางร้านที่นำเข้ามาขายมีงานปาร์ตี้ฉลอง..ฉลองอะไรก็ไม่รู้ช่างมันเถอะ เพราะอ่านแล้ว..งงๆ..5..5..5 เลยแล่นตรงไปที่ร้านนั้นโดยเร็ว เมื่อเลี้ยวควับเข้าร้านก็ถึงกับดีใจเพราะเห็นสินค้าส่วนหนึ่งในคอเลคชั่นที่อยากได้..ตั้งตระหง่านอยู่ แต่..ไม่ได้อยากได้ชิ้นนั้นจึงถามพนักงานในร้านว่า.."ลายนี้มีรองเท้าไหมค่ะ?" พนักงานก็หยิบแบบนึงในคอเลคชั่นเดียวกันมาให้ดู ดิฉันก็บอกว่า.."ไม่ใช่ค่ะ คู่ที่อยากได้เป็นผ้าใบ"(ป.ล.ใช้คำหรูกว่านั้นก็แล้วทั้ง"Sneakers"และ"Trainers"ตามที่จะนึกออก) แต่พนักงานก็ยังยืนยันว่า"ไม่มี" แล้วยังมองดิฉันแบบงงๆพร้อมกับถามดิฉันว่า"ไปเห็นที่ไหนมา?" ดิฉันก็บอกไปว่า.."ที่ไหนๆก็มีภาพรองเท้าคู่นี้" คราวนี้พนักงานในร้านเริ่มมาล้อมดิฉันเยอะขึ้นและอธิบายว่า"ร้านเราของเข้ามาครบทุกชิ้นครับ สิินค้ามีทั้งหมดเท่านี้" อะไรน่ะ..มีเท่านี้..5..5..5 กระเป๋าหนึ่งใบกับรองเท้าหนึ่งคู่เนี่ยน่ะ..5..5..5 อยากหัวเราะเยาะเย้ย..เหวยๆฟ้า.. อืม..ม..ม..ยัง..ยังไม่จบ ดิฉันเลยถามต่อว่า"ไม่ได้สั่งเข้ามาเหรอค่ะ?" พนักงานขายตอบแบบว่า.."ของเราครบทั้งคอเลคชั่นครับ" เล่นเอาดิฉันถึงกับกลายเป็นหิน แล้วนึกทบทวนให้ดีๆว่า..ดิฉันฝันไป..หรือพนักงานได้รับการอบรมมาไม่ดีเพียงพอ(5..5..5)

ภาพด้านบนที่นำมาประกอบ..คือรองเท้าคู่ที่ดิฉันอยากได้..แน่นอนดิฉันไม่ได้ฝันไป..5..5..5 เพราะนอกจากมีภาพแล้วมันยังมีราคาอีกด้วยโดยอยู่ที่ 315 USD..นั่นคือมันมีอยู่บนโลกนี้แน่ๆ..5..5..5 สงสัยอยากได้อะไรคงต้องรอไปซื้อเมืองนอก..พอกันที ไม่ได้รวย..แต่ไม่อดทนกับเรื่องแบบนี้

ป.ล. จริงๆเรื่องมันยาวพอที่จะออกพอคเกตบุ๊คชื่อหนังสือว่า"รองเท้าเจ้ากรรม"ในความหนาประมาณ 315 หน้า(ปกอ่อน)ได้..5..5..5 เพราะมันมีรายละเอียดในการโต้เถียงระหว่างดิฉัน(ลูกค้าผู้น่าสงสาร)และพนักงานขาย(ผู้มั่นใจ)..ยาวเหยียด..ยิ่งกว่าการชอปปิ้งครั้งใดๆในชีวิต..5..5..5

Picture & Details : Ssense

วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2556

รู้ไว้ใช่ว่า : 5 ปีที่ผ่านมา..กับสิ่งที่คุณไม่ได้อยากรู้ (5..5..5)


นี่บล็อคนี้ครบรอบ 5 ปีไปแล้วอย่างเงียบๆ..เพราะเจ้าของเดี้ยง..5..5..5 แต่เมื่อทบทวนดูบทความก็เห็นว่าชนรอบพอดี เพราะบทความแรกของบล็อคเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2008 ก็เกี่ยวกับงาน"ELLE Fashion Week" และในปีนี้..2013..ก็ลงตารางไปแล้วเช่นกัน(5 มีนาคม 2013) หลายแบรนด์หายไปจากแฟชั่นวีคประเทศไทย..ในทางกลับกันกลับไม่ค่อยมีแบรนด์ใหม่เข้ามา..เอ๊ะ..ยังไงกัน..5..5..5 แฟชั่นทั่วทั้งโลกนี้..มีวัฎจักรของมัน..มีทั้งรุ่งเรือง..และล่มสลาย เหมือนสิ่งมีชีวิตทั่วๆไป


ตั้งแต่เขียนมา 5 ปี..คนยังเข้ามาดูไม่เคยถึงล้าน ทีบล็อคอื่นๆที่ไร้สาระของเจ้าของเดียวกันกลับมีคนเข้าดูปีล่ะ 5 ล้าน..แหม..ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดี คนเขียนคนเดียวกันแท้ๆ..5..5..5 แน่นอนบล็อคนี้เป็นภาษาไทย จะมีคนชาติอื่นเข้าดูเยอะกว่าคนไทย..ย่อมเป็นไปไม่ได้ อันดับหนึ่งย่อมตกเป็นของชาวสยามประเทศด้วยจำนวนการเข้าชม 465,025 ครั้ง(แน่นอนครั้ง..ไม่ใช่คน) ตามมาด้วย"อเมริกา",อังกฤษ","ฝรั่งเศส"และ"เม็กซิโก"(อืม..ม..ม..งง..น่ะ อันดับ 5 เนี่ย 5..5..5) ในเอเซียประเทศที่เข้ามาดูเยอะที่สุดนอกจากเพื่อนร่วมชาติคือ.."ญี่ปุ่น"และ"จีน"



ส่วนบทความที่มีคนเข้าชมมากเป็นอันดับหนึ่งตลอดกาล..และไม่เคยหล่นไปจากอันดับหนึ่งของบล็อคนี้ืเลย..คือ"Spring/Summer 2011 : Men's Hair & Makeup"เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2010 ด้วยจำนวนการเข้าชม 35,009 ครั้ง(นี่นับรวมตัวเลขที่ยังวิ่งอยู่เรื่อยๆ) เอาล่ะจบเหอะ..แหมคนดูก็น้อยอย่าเมาท์มาก..อายเค้า..5..5..5