แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 70's แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 70's แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2565

The Fédération de la Haute Couture et de la Mode: Tribute to Thierry Mugler

วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2564

Fashion News: Paris Exhibition

From Left to Right: Thierry Mugler, Couturissime: Image FNAC,
Vogue Paris 1920-2020, Une histoire de la mode: Image CNAP, CinéMode: Image FHCM

งานนิทรรศการแฟชั่นที่แสดงถึงความเป็นมาของแฟชั่นของคนยุคก่อนมีความสำคัญมากต่อคนยุคใหม่ นี่คือสิ่งนึงที่ทำให้"Paris"ยังคงสภาพความความเป็นเมืองหลวงของแฟชั่นจากอดีตจนถึงปัจจุบัน เพราะ"Paris"มีรากฐานของแฟชั่นที่แข็งแรงยิ่งกว่าเมืองแฟชั่นอื่นๆ มาในปลายปี 2021 นี้หลังจากที่โลกประสบปัญหาเรื่องโรคระบาด"Covid-19"มานานและใหญ่หลวง ทั้งญี่ปุ่นและฝรั่งเศสแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางด้านแฟชั่นของฝั่งเอเซียและฝั่งยุโรป โดยการที่เมื่อ"Tokyo 2020 Olympic Games"สิ้นสุดลงนั้น ทางญี่ปุ่นได้เลื่อนการจัด"Rakuten Fashion Week Tokyo"ประจำฤดูกาล"Spring/Summer 2022"ขึ้นมาจากเวลาเดิมเพื่อมาปิดงาน"Tokyo 2020 Olympic Games" ส่วนผรั่งเศสที่จะเป็นเจ้าภาพ"Paris 2024 Olympic Games"ในครั้งต่อไปก็เปิดตัวด้วยงานนิทรรศการที่เกี่ยวกับแฟชั่นในยุคสมัยต่างๆกันถึง 4 งาน

Thierry Mugler, Couturissime: Image MAD Paris

งาน"Thierry Mugler, Couturissime"นั้นจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 30 กันยายน 2021 ถึง วันที่ 24 เมษายน 2022 ที่"Musée des Arts Décoratifs"ใน"Paris" โดยในงานจะจัดแสดงผลงานชิ้นสำคัญของ"Thierry Mugler"ตั้งแต่ปี 1973 ถึงปี 2014 ราคาค่าเข้าชมอยู่ที่ 540 บาท

Vogue Paris 1920-2020: Image Expositions à Paris

งาน"Vogue Paris 1920-2020"จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 2 ตุลาคม ถึง วันที่ 30 มกราคม 2022 ที่"Palais Galliera"ใน"Paris" โดยในงานมีการจัดแสดงภาพปก, ภาพแฟชั่น, ภาพประกอบ และ เสื้อผ้า"Haute Couture"และ"Prêt-à-porter"อีกกว่า 50 ชุด ราคาค่าเข้าชมอยู่ที่ 540 บาท (ราคานี้รวมค่าเข้าชมนิทรรศการ"Une histoire de la mode"ไว้ด้วยแล้ว เนื่องจากจัดในสถานที่เดียวกัน)

Une histoire de la mode: Image Palais Galliera

งาน"Une histoire de la mode"จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 2 ตุลาคม 2021 ถึง วันที่ 13 มีนาคม 2022 ที่"Palais Galliera"ใน"Paris" ภายในงานมีการจัดแสดงเสื้อผ้าตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 18 (1701-1800) จนถึงเสื้อผ้ายุคปัจจุบันจำนวนเกือบ 350 ชิ้น ราคาค่าเข้าชมอยู่ที่ 540 บาท (ราคานี้รวมค่าเข้าชมนิทรรศการ"Vogue Paris 1920-2020"ไว้ด้วยแล้ว เนื่องจากจัดในสถานที่เดียวกัน)

Cinémode: Image TF1 & Vous

งาน"Cinémode"โดย"Jean Paul Gaultier"จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 6 ตุลาคม 2021 ถึง วันที่ 16 มกราคม 2022 ที่"La Cinémathèque Française" "Jean Paul Gaultier"ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่าเขาอยากเป็นนักออกแบบเสื้อครั้งแรกเมื่อได้ดูภาพยนต์เรื่อง"Falbalas"ปี 1945 โดย"Jacques Becker" ภายในงานจะเป็นเรื่องราวของภาพยนต์ที่มีอิทธิพลต่อการออกแบบของ"Jean Paul Gaultier" และเสื้อผ้าของ"Jean Paul Gaultier"ที่ออกแบบให้กับภาพยนต์ ราคาค่าเข้าชมอยู่ที่ 460 บาท

From Left to Right: Thierry Mugler, Couturissime: Image MAD Paris,
Vogue Paris 1920-2020, Une histoire de la mode: Image Palais Galliera, CinéMode: Image La Cinémathèque Française

นอกจากนี้แล้วทั้ง 4 นิทรรศการยังมีหนังสือรวบรวมภาพผลงานที่จัดแสดงออกมาจำหน่ายด้วยโดยที่"Thierry Mugler, Couturissime"มีความหนา 235 หน้า ราคาอยู่ที่ 1,743 บาท "Vogue Paris 1920-2020"มีความหนา 324 หน้า ราคาอยู่ที่ 1,890 บาท "Une histoire de la mode"มีความหนาอยู่ที่ 160 หน้า ราคาอยู่ที่ 770 บาท "CinéMode"มีความหนาอยู่ที่ 240 หน้า ราคา 1,540 บาท

วันอังคารที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

Alber Elbaz for Lanvin: Fall/Winter 2013-2014

Image Livingly

ส่วนใหญ่แล้วคนที่รู้จักมักชื่นชมและติดตามผลงานของ"Alber Elbaz"มาโดยตลอด แต่ตัวคนเขียนเองชอบเป็นชิ้นๆหรือชอบเป็นบางฤดูกาล และนี่คือส่วนนึงของเครื่องประดับและชิ้นตกแต่งที่"Alber Elbaz"ทำให้กับ"Lanvin"ในฤดูกาล"Fall/Winter 2013-2014"ที่ผู้เขียนชอบมากฤดูกาลนึง จริงๆเคยเขียนถึงฤดูกาลนี้รวมไปกับนักออกแบบคนอื่นๆในบทความที่ชื่อว่า"Fall/Winter 2013-2014 : Like a Moth to a Flame Burned by The Fire..."เมื่อตอนมีการแสดงผลงานใหม่ๆ โดยที่ครั้งนั้นลงแต่รูปไม่มีเนื้อหาใดๆ

อย่างที่มีคนเคยกล่าวไว้ว่าคนรุ่นหลังมักหยิบยืมเอาผลงานของคนรุ่นก่อนมาใช้ มีทั้งนำจากต้นฉบับมาปรับแต่งให้เข้ากับยุคสมัยและนำไปใช้ในอีกรูปแบบนึง ในผลงานของ"Alber Elbaz"ฤดูกาลนี้ก็เช่นกัน ที่มีบางชิ้นทำให้นึกถึงผลงานของนักออกแบบรุ่นก่อน

Lanvin Fall/Winter 2013-2014: Image Livingly (Left), Elsa Schiaparelli Fall/Winter 1938-1940: Image The Metropolitan Museum of Art (Right)

ในส่วนของชิ้นตกแต่งและเครื่องประดับรูปแมลงนั้น ทำให้นึกถึงผลงานเก่าของ"Elsa Schiaparelli"จากฤดูกาล"Fall/Winter 1938-1940"ที่ใช้ตัวตกแต่งรูปแมลงเช่นกัน

Lanvin Fall/Winter 2013-2014: Image Livingly (Left), Chloé Fall/Winter 1978-1979: Image Archives de la Mode (Right)

สร้อยคอรูปตัวอักษรที่มีลักษณะแบบเขียนด้วยมือ นั้นทำให้นึกถึงผลงานของ"Karl Lagerfeld"ที่ทำให้กับ"Chloé"ในฤดูกาล"Fall/Winter 1978-1979"

วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

Thierry Mugler and Claude Montana: Spring/Summer 1978

Original Video Kinolibrary

การแสดงผลงานของ"Thierry Mugler"และ"Claude Montana"ประจำฤดูกาล"Spring/Summer 1978" โดยที่ผลงานของ"Thierry Mugler"(ช่วงต้นตั้งแต่เวลา 24:20 ถึง 24:32)นั้นจัดแสดงขึ้นที่"Cirque d'Hiver" ส่วนการแสดงผลงานของ"Claude Montana"(ตั้งแต่เวลา 24:32 ถึง 24:48)นั้นจัดขึ้นที่"Pavillon Gabriel" ในเดือนตุลาคมปี 1977

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2563

Limited Edition 2020: LOEWE x Divine

Divine Collection (ที่ไม่ได้มีการผลิต) 2020: Image LOEWE

จากที่เขียนไว้ในบทความก่อนหน้านี้ว่า"Jonathan Anderson"จะนำเอาภาพของ"Divine"มาพิมพ์ลงบนผลงานในรูปแบบต่างๆให้กับทาง"Loewe"เพื่อวางจำหน่ายในวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา ปรากฎว่าสินค้าส่วนใหญ่ในภาพไม่ได้รับการผลิตออกมาจำหน่ายจริงเนื่องจากปัญหาเรื่องการระบาดของ"Covid-19"

"Divine"มีชื่อจริงว่า"Harris Glenn Milstead"เกิดเมื่อปี 1945 และเสียชีวิตในปี 1988ในขณะมีอายุได้เพียงแค่ 42 ปี "Divine"เป็น"Drag Queen"ที่มีผลงานมากมายหลายด้านทั้งเป็นนักแสดงภาพยนต์, นักร้องรวมไปถึงการเป็นสัญลักษณ์แห่งยุคสมัยในช่วง 70's - 80's ที่เมืองไทยเองในช่วง 90's เคยมีคลับสำหรับเต้นรำของเกย์ที่ใช้ชื่อว่า"Divine"ตั้งอยู่ในบริเวณสีลมซอย 4 และมีรูปปั้นขนาดเท่าจริงของ"Divine"นอนอยู่บนโซฟาตั้งอยู่บริเวณทางเข้า

วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2563

Kaisik Wong (1950-1990)

Kaisik Wong 1974 (Right in Pictue): Image Minniemuse (Left), Parrot Jacket 70's: Image Etsy

"Kaisik Wong"เป็นนักออกแบบชาวอเมริกัน(เอเซียน-อเมริกัน)ที่มีอิทธิพลต่อนักออกแบบในยุคต่อๆมา แต่กลับไม่ค่อยมีคนเขียนเรื่องถึงเท่าไหร่นัก นอกจากกลุ่มคนที่เขียนถึงประวัติศาสตร์แฟชั่นและพวกที่ชอบจับผิดแฟชั่น..5..5..5 ถึง"Kaisik Wong"จะมีผลงานออกมาตั้งแต่ในช่วง 60's-70's แต่คนกลับมากล่าวถึงเป็นอย่างมากในช่วงปี 2001 เนื่องจากมีผลงานของ"Nicolas Ghesquière"ที่ออกแบบให้กับ"Balenciaga"ในฤดูกาล"Spring/Summer 2002"มีแบบที่คล้ายกับผลงานของ"Kaisik Wong"ที่ผลิตขึ้นในปี 1973 ซึ่งทำให้เกิดเสียงวิจารณ์กันมากว่านี่คือแรงบันดาลใจหรือการลอกเลียนแบบ

Vintage Kaisik Wong 1973: Image Minniemuse (Left), Runway Balenciaga Spring/Summer 2002: Image Iivingly (Right)


ต่อมาในปี 2009 เสื้อผ้าจากการออกแบบของ"Nicolas Ghesquière"ในฤดูกาล"Cruise 2010"ก็ได้รับการวิจารณ์อีกครั้งว่ามีลักษณะคล้าย"Parrot Jacket"ของ"Kaisik Wong"ที่ออกมาในช่วง 70's (ซึ่งเสื้อรุ่นนี้โดนผลิตออกมาหลายสีมากจนเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของ"Kaisik Wong") และหลังจากนั้นยังมีนักออกแบบคนอื่นๆนำเอา"Parrot Jacket"ของ"Kaisik Wong"มาดัดแปลงใช้กับผลงานของตัวเองอย่างเช่น"Miu Miu"จากฤดูกาล"Spring/Summer 2011"และ"Lanvin"จากฤดูกาล"Fall/Winter 2019-2020"

Balenciaga Cruise 2010: Image Vogue (Left), Miu Miu Spring/Summer 2011: Image Iivingly (Middle), Lanvin Fall/Winter 2019-2020: Image Vogue (Right)

นอกจากชิ้นงานที่คล้ายจนเกือบเหมือนที่ยกตัวอย่างมาแล้วด้านบน ยังมีผลงานที่ได้รับอิทธิพลเทคนิคงานตัดต่อหนังสลับสีจาก"Kaisik Wong"อย่างเห็นได้ชัดเจนเช่นผลงานของ"Thierry Mugler"(ไม่ทราบปีของผลงานแต่น่าจะประมาณปลาย 80's ถึงต้น 90's)

Thierry Mugler (Late 80's-Early 90's): Image Farfetch

วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

Fall/Winter 2015-2016 : Gucci's Window Display


ถึงแม้โลกจะหมุนไปเรื่อยๆ..แต่มันก็หมุนเป็นวงกลมนะ..คือกลับไปรอบเดิมของมัน ถึงแม้"Gucci"จะเปลี่ยน"Creative Director"จาก"Frida Giannini"มาเป็น"Alessandro Michele"แล้วก็ตาม "Gucci"ก็ยังคงรักษาภาพลักษณ์และความรู้สึกที่ทำให้นึกถึงยุค"Disco"อย่างต่อเนื่อง ถึงจะเปลี่ยนวัสดุจากหลอดนีออนมาเป็นหลอด"LED"ตามยุคสมัย แต่มันก็ทำให้นึกถึง"Le Palace"หรือแม้แต่"Fiorucci"


Picture : 10 Magazine , Elle

วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

The Iconoclasts


New York : เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วเพิ่งได้ไปดูนิทรรศการ"Pradasphere"ที่ฮ่องกงมา ยังไม่ทันจะได้เขียน(หรือจะไม่ได้เขียนก็ไม่รู้..5..5..5) นี่"Prada"ก็จัดนิทรรศการใหม่อีกแล้วโดยมีชื่อว่า"The Iconoclasts"ซึ่งจะจัดขึ้นในสามเมืองอันได้แก่"นิวยอร์ค","ลอนดอน"และ"ปารีส" ซึ่งรูปแบบ(จริงๆจะเรียกว่านิทรรศการก็ไม่ถูกนักแต่มันก็ใหญ่เกินกว่าที่จะเรียกได้ว่า"Visual Merchandising"แบบปกติทั่วไป คือหาคำแทนยากเอานิทรรศการแล้วกันค่อยสมฐานะหน่อย)จะแตกต่างกันออกไป โดยที่นิวยอร์คได้คนออกแบบคือ"Michael Wilkinson"(“American Hustle”)และ"Tim Martin" ซึ่งได้รับแรงบัลดาลใจ(แนวคิด?)ส่วนนึงจากเหตุการณ์ในปลายยุค70อย่าง"Studio 54"


Picture : Prada , WWD , Zimbio , Details : HG Issue

วันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

The Great Gatsby


เป็นการยากที่หนังใหม่จะไม่โดนนำไปเปรียบเทียบกับหนังเก่า โดยเฉพาะหนังที่สร้างจากบทประพันธ์เดียวกันและไม่ได้เปลี่ยนแปลงหรือดัดแปลงเนื้อเรื่อง เนื่องจากนี่ไม่ใช่บล็อควิจารณ์หนัง(5..5..5) อีกทั้งไม่มีความรู้ทางด้านหนังอย่างเป็นชิ้นเป็นอันอีกเช่นกัน ฉะนั้นบทความนี้คงไม่ใช่การวิจารณ์..แต่เป็นความเห็นส่วนตัว(แหม..ก็หลีกเลี่ยงนั่นแหละ..5..5..5)

หนังเรื่อง"The Great Gatsby"แม้จะโดนสร้างมาหลายครั้งแต่ไม่มีครั้งใด(อาจจะรวมถึงครั้งนี้ด้วย..5..5..5)ที่สร้างปรากฎการในโลกแฟชั่นได้มากเท่ากับของปี1974 เพราะอย่าลืมว่าสมัยก่อนในปี1974ยังไม่มีการสื่อสารแบบรวดเร็วและสร้างกระแสแบบสมัยนี้ หนัง"The Great Gatsby"ยังสามารถสร้างกระแสในโลกแฟชั่นได้นาน..หลายปีตั้งแต่หนังออกฉายไปจนถึงปลายยุค70..นั่นคือนานมาก จริงๆหนัง"The Great Gatsby"เวอร์ชั่นปี1974ไม่ได้เน้นไปที่ฉากงานปาร์ตี้แบบของเวอร์ชั่นปี2013ที่กำลังฉายอยู่ แต่ของปี1974นั้นเน้นภาพโดยรวมของเสื้อผ้านักแสดงทั้งเรื่อง ดิฉันชอบงานของ"Baz Luhrmann"นะคือฉูดฉาดเยอะล้นและร่วมสมัย ว่ากันตามจริงของปี1974ก็ร่วมสมัยนะ..คือร่วมสมัยในยุค70 แต่มีบางอย่างในนั้นที่ทำให้คนคล้อยตามเป็นเนื้อเดียวกับหนังไม่ดูหลุดเป็นชิ้นๆเหมือนของ"Baz Luhrmann" โดยเฉพาะผม..ดิฉันเกลียดผมตัวแสดง(ทุกตัว..5..5..5)ในเวอร์ชั่นของ"Baz Luhrmann" มันดูเป็นธรรมชาติมากไป..คือมันดูเป็นผมจริงๆมากไปตัดและขัดกับเสื้อผ้าที่ระดมประโคมจนเต็มเหยียด แล้วเสื้อผ้าที่ออกแบบร่วม(ต้องใช้คำนี้นะ)โดย"Catherine Martin"และ"Miuccia Prada"ดูซ้ำ คือหมายความว่าถ้าดูแบบจับผิดจะเห็นว่าชุดมีเพียงไม่กี่แบบแล้วเปลี่ยนสี(ที่ไม่ได้ต่างกันเยอะ..5..5..5)และวัสดุ(ที่ก็ไม่ได้ต่างกันเยอะอีกเช่นกัน)

อย่างที่เขียนดิฉันชอบงานของ"Baz Luhrmann"นะ แต่ถ้าให้เลือกมันก็เปรียบได้เหมือนกับอาหารของ"Baz Luhrmann"นั้นอร่อยนะ..แต่มันรสจัดและเลี่ยนมากไป ส่วนของปี1974ที่กำกับโดย"Jack Clayton"นั้นเหมือนปรุงจากวัตถุดิบที่สดใหม่โดยรสชาตินั้นได้มาจากตัววัตถุดิบเอง และที่สำคัญมีไขมัน,สีผสมอาหารและผงชูรสน้อยกว่าของ"Baz Luhrmann"..5..5..5

Picture : IMP Awards

วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Valentino at 50


อย่าไปคิดอะไรมากกับซีรี่ย์"Milestones"ของ"WWD" มันไม่ได้มีข้อมูลหรือรูปหายากเหมือนอย่างที่มันควรจะเป็น แบบว่าแหม..น่ะ..หนังสือฟรี จะเอาอะไรกันมากมาย 5..5..5

Download : Valentino at 50

วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2555

Antonio Lopez : Fashion , Art , Sex , and Disco


"Antonio Lopez"หนึ่งในนักเขียนภาพที่เป็นแรงบันดาลใจให้แก่ดิฉันเสมอมา ตั้งแต่เป็นเด็กเพิ่งหัดเขียนรูปมาจนถึงวัยไกล้จะตามไปอยู่กับ"Antonio Lopez"แล้ว..5..5..5 "Antonio Lopez"ไม่ได้เป็นแฟชั่นดีไซน์เนอร์..แต่กลับสามารถทำให้หลายๆคนอยากออกแบบเสื้อผ้าได้..นี่อย่างนี้เขาเรียกแรงบันดาลใจ ไม่ใช่ไปนั่งเปิด"Style.com"หรือไปซื้อเสื้อตัวอย่าง"Zara"มาก๊อปแล้วมานั่งเขียนอะไรเป็นโล้เป็นพาย..เพ้อเจ้อ..5..5..5

ยุครุ่งเรืองของ"Antonio Lopez"อยู่ในช่วงปลาย70'sถึงกลาง80's "Antonio Lopez"เสียชีวิตลงด้วยอายุเพียงแค่44ปีด้วยสาเหตุจาการติดเชื้อ"HIV"ในปี1987 ผลงานของ"Antonio Lopez"นั้นมีผลต่อแรงแรงบันดาลใจกับดีไซน์เนอร์และศิลปินอีกหลายคนโดยตรง ที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือในคอเลคชั่นของ"Fall/Winter 2012-2013"ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็น"Louis Vuitton"หรือ"Juun J."

Louis Vuitton : Fall/Winter 2012-2013

Juun J. : Fall/Winter 2012-2013

หนังสือ"Fashion , Art , Sex , and Disco"ของ"Antonio Lopez"มีความหนาอยู่ที่304หน้าโดยราคาจะอยู่ที่ประมาณ1,979บาท และจะออกวางจำหน่ายในวันที่4กันยายน2012นี้


Picture & Details : Style , Amazon , Fashionising

วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

Biba : 1964 - 1975


มีคนบอกว่า..ถ้าไม่มี"Biba"ก็คงไม่มี"Zara"และ"H&M" และเคยได้ยินมาว่า"Biba"คือแรงแรงบันดาลใจต่อคุณ"ดวงตา นันทขว้าง"ในการทำแบรนด์"Soda Pop" ยิ่งใหญ่,สร้างสรรและมีอิทธิพลต่อแรงบันดาลใจของวงการแฟชั่นในรุ่นต่อมา แต่..ทุกวันนี้ไม่มี"Biba"อีกแล้ว "Biba"เคยพยามยามกลับมาหลายครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา..แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะนี่ไม่ใช่ยุคของ"Biba"อีกแล้ว

Picture : Big Biba by Steven Thomas & Alwyn w Turner

วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

วันเสาร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2555

วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Discolette (2011)


แผ่นรวมเพลง"Disco"จากห้างแบบ"Concept Store"ชื่อดังของฝรั่งเศส โดยใช้ชื่อแผ่นว่า"Discolette" หลังๆมา..ดิฉันว่าดิฉันเขียนอะไรผิดพลาดอยู่บ่อยๆ คงเป็นเพราะความแก่มาเยือนนี่เอง แต่คราวนี้ไม่น่าพลาด เพราะในแผ่นมีเพลงที่รู้จักเยอะ..เยอะเกินกว่าจะพลาดได้..5..5..5 โดยเพลงที่รวมอยู่ในแผ่นนี้มีทั้ง"Disco"แบบแท้ๆต้นฉบับไล่ลำดับมาจนถึง"Disco"ยุคใหม่อย่างที่เรียกกันว่า"Nu-Disco" แน่นอนแต่ล่ะเพลง..เปรี้ยวๆ..ตามแบบฉบับของห้าง"Colette"

วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ลลนา : 1978


วันนี้อ่านบอร์ดอะไรซักอย่างนึง มีกระทู้ด่าร้านโซดา..แรกๆอ่านก็คิดว่า..น่ะยังไงก็ต้องมีเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว พออ่านไปเรื่อยๆชัก..เอ๊ะ..น่าจะเป็นกระทู้ที่โดนเขียนขึ้นมาเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของร้านโซดา เพราะแลดูเหมือนคนคนเดียวกันเขียนทุกรีพลาย สำนวน10รีพลาย..แบบว่าเหมือนกันเป๊ะๆ อืม..ม..นี่แหละยุคแห่งเทคโนโลยี่ ใครอยากย่ำยีอะไรกัน เชิญตามสบาย ดิฉันเป็นลูกค้าร้านโซดาตั้งแต่เปิดแรกๆ มาจนถึงเดี๋ยวนี้..ไม่เคยโดนเรื่องแบบที่ในบอร์ดนั้นเขียนมาก่อน แต่น่ะ..มาถึงยุคนี้แล้ว ต้องทำใจ รูปที่เอามาลงนี้น่าจะบ่งบอกถึงเสื้อผ้าโซดาในยุคแรกๆได้ ตอนปี1978น่าจะยังไม่ได้เปิดร้าน น่าจะฝากขายส่วนที่ไหนจำไม่ได้แล้ว

Picture : แมวเหมียว

วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

The Young Professionals : D.I.S.C.O (2011)


เพลง"D.I.S.C.O"จากวง"The Young Professionals" เพลงใหม่ที่ทำจากเพลงเก่าชื่อเดียวกันของวง"Ottawan"ในปี1979 ไม่ค่อยเหลือเค้าเดิมเท่าไหร่นอกจากท่อนฮุ๊ค ส่วนตัวนักร้องของวงสองคนดูแล้วทำให้นึกถึง"Viktor & Rolf"