วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

Hed Kandi : Beach House (2011)



06. Carl Hanaghan - Summertime (feat. Kaysee - Richard Earnshaw Classic Mix) by Foxy Lady

Color Headphones ?

D&G (Milan) Fall/Winter 2011-2012

Urban Outfitters (UK) Spring/Summer 2011

Addict (Rio) Spring/Summer 2012

American Eagle Outfitters (USA) Spring/Summer 2011

Spring/Summer 2011 "Trends" : Vintage Hawaiian


ขณะที่เมืองร้อนแบบเมืองเรากำลังลาจากหน้าร้อนเข้าสู่หน้ามรสุมอย่างเต็มตัว เมืองหนาวเพิ่งย่างเท้าเข้าฤดูใบไม้ผลิ ฉะนั้นของหน้าร้อนจึงยังแค่เพิ่งวางขาย เทรนด์นึงในหน้าร้อน(ยังไงเมืองเราก็ใส่ได้ตลอดอยู่ดี..5..5..5)คือลวดลายที่เกี่ยวกับ"ฮาวาย" และแน่นอน..ไม่ใช่ต้อง"ฮาวาย"ยุคนี้ โดยที่ลวดลายหรือสไตล์ยอดนิยมมักโดนดัดแปลงมาจากช่วงยุค50มาจนถึงยุค70 หลังจากนั้นนัยว่า..ไม่สวยแล้ว คนไทยบางคนหรือหลายคน(นี่เลี่ยงและเลือกคำเขียนแล้วน่ะ..เดี๋ยวมีคนร้อนตัวอีก..5..5..5) ไม่สนใจที่มาและที่ไปของแฟชั่น..แต่ชอบเขียนถึง โดยชอบบอกว่าของโบราณนั้นเป็นเหมือนของที่หมดยุคหรือเพียงแค่ขยะชิ้นนึงจากอดีต(นี่ดัดแปลงจากต้นฉบับแล้วน่ะ..5..5..5) บังเอิญ..ฝรั่งหรือญี่ปุ่นคงไม่ได้คิดแบบนั้นมั้งค่ะ


ภาพบนอย่านึกว่าคอเลคชั่นเดียวกัน หรือ"Dolce&Gabbana"ย้ายไปรับจ๊อบทำ"Zara" ขาสั้นซ้ายมือจาก"Dolce&Gabbana" ที่น่าจะพูดได้เต็มปากพิมพ์ได้เต็มมือแบบไม่ละอายใจหลังพิมพ์ว่า..น่าจะเป็นต้นแบบเทรนด์"ฮาวาย"ในซีซั่นนี้ ส่วนขวาลอยเด้งมาแต่ไกล..ไม่ใช่ใครที่ไหนเสื้อเชิ๊ตจาก"Zara"ราคาเป็นเงินไทยอยู่ที่1,590บาท


ส่วนฮาวายเซทนี้อยู่ๆก็โผล่มา..จำได้ว่าไม่มีน่ะ..5..5..5 แต่สวยจนเกินหน้าเกินตาคนทำก่อน แบบว่าฆ่ากันชัดๆ เสื้อสี่รูปด้านบนจาก"Dover Street Market"หรือซับแบรนด์ของ"Comme des Garçons"จากซุปเปอร์คุณยาย"Rei Kawakubo" โดยเฉพาะแจ็คเก็ตสีกากีที่พิมพ์ลายด้านในสวยถูกใจ ราคาเบาๆ..หมื่นบาทนิดๆ


นี่ก็..ฮาวายเฉพาะกิจอีกหนึ่งแบรนด์ ว่าไม่เห็นตอนโชว์น่ะ..เอ๊ะ..หรือมี..5..5..5 ลายสวย..แบบเชย..รายละเอียดดี..คงต้องหาคนซื้อใส่ที่เป็นมิตรกับสไตล์นี้ ด้วยราคาเบาๆอีกเช่นกัน..แต่ราคานี้สำหรับ"Paul Smith"น่าจะเรียกว่าถูกมั้งค่ะ เพราะขาสั้นสี่พันกว่าบาทกับแบรนด์นี้..ไม่น่าเรียกว่าแพง แต่ดิฉันว่าทรงเชยน่ะ..หรือรสนิยมดิฉันไม่ดีเอง..5..5..5


ตบท้ายด้วยของสวยราคาซื้อได้..แต่เมืองไทยไม่มีขาย..5..5..5 ซ้าย"Topman"ของเข้าเมืองไทยรึปล่าวไม่รู้ หาราคาตัวนี้ไม่เจอในเวป นอกจากไม่เจอราคาแล้ว..ยังไม่เจอแบบด้วย..5..5..5 มีแต่รูปใน"Lookbook" ส่วนตัวขวา..ไม่มีแน่ๆแต่ใครรูดได้น่าจะมีโอกาศ เสื้อสาวฮาวายเหลืองอ๋อยของ"ASOS" แบรนด์สวยราคายุติธรรมแต่หาซื้อยาก

Picture & Details : Dolce&Gabbana , Aloha Rag , Definitive Touch , Top Man , ASOS

วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

Headquarter White Project


"Headquarter White Project"เสื้อเชิ๊ตสีขาวที่ผลิตขึ้นมาพิเศษจำนวน200ตัว ราคาตัวล่ะ1,200บาท รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้กับผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV ณ บ้านแกร์ด้าร์ จ.สระบุรี มีจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้ที่ร้าน"Headquarter"

Headquarter

ชั้น 3 สยามเซ็นเตอร์
โทร. 02-658-1048

วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

Rick Owens : Seoul's Flagship Store


ทำไม..ดิฉันถึงตกหล่นร้าน"Rick Owens"ไปได้ ตอนแรกที่อ่านเจอใน"Diane Pernet"ดิฉันนึกว่าเพิ่งเปิด โธ่..เขาเปิดมาตั้งแต่22เมษา..ปีที่แล้ว..5..5..5 ปกติดิฉันมักไม่ตกหล่นอะไรแบบนี้ ตอนไปเมื่อเดือนตุลาปีที่แล้วก็น่าจะเจอ ทั้งๆที่ร้าน"Rick Owens"มันอยู่ในเขต"กังนัม" แต่มันอยู่ไกลออกไป..ออกไป..และ..ออกไป..ในย่านใหม่อย่าง"Dosan Park"



ภายในร้านที่เขาเขียนบรรยายไว้..ให้ความรู้สึกความเป็นโชว์ของ"Rick Owens"อย่างเต็มที่ ไม่ว่าการตกแต่ง,แสง,สโมค(?)..และหุ่นขี้ผึ้งขนาดเท่าจริงของ.."Rick Owens"(จะดีเหรอค่ะ?)


Rick Owens : Seoul's Flagship Store

651 Shinsa-Dong

Gangnam-Gu , SEOUL

South Korea

Picture & Details : Diane Pernet , Eiffel in Seoul

Museo de la Moda

เมื่อไหร่น่ะเมืองเราจะมีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับเสื้อผ้า? ดิฉันว่าเรื่องนี้คงไม่มีโอกาศได้อยู่ในโครงการของรัฐบาลใดๆ บางรัฐบาลเคยบอกว่าจะผลักดันประเทศเราให้กลายเป็นเมืองแฟชั่น แล้ว..รัฐบาลนั้นรู้รึยังว่าเมืองแฟชั่นคืออะไร? การที่มีแบรนด์เนมขายเยอะๆ,มีห้างเยอะๆ,มีย่านชอปปิ้งเยอะๆ..นั่นคงไม่ได้ช่วยอะไรในการวางรากฐานของแฟชั่นกับคนในประเทศ เพราะที่กล่าวมามันคือการ"ซื้อ"ไม่ได้"ทำ"หรือ"คิด"


ภาพที่นำมาลงนี้เป็นห้องสำหรับจัดเก็บเสื้อผ้า"Haute Couture"ของพิพิธภัณฑ์"Museo de la Moda"ในประเทศชิลี ชิลี..ไม่ใช่ประเทศที่ร่ำรวยหรือเป็นเมืองที่ใครๆอยากไปชอปปิ้ง ไม่มีแฟชั่นวีคใหญ่โตหรือส่งออกนายแบบ,นางแบบอย่างบราซิล แต่ชิลีก็มีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับแฟชั่นที่น่าสนใจ นี่คือการวางรากฐานของแฟชั่นให้กับคนภายในประเทศ ให้ได้รู้ได้เห็นความเป็นมาของแฟชั่น

Marco Correa (Left) , Jean-Paul Gaultier (Right)

Christian Dior

Picture : Diane Pernet

วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

Spring/Summer 2012 : Paris Men's Focus


22 June 2011

06.00 pm Mugler
08.00 pm Christian Lacroix

23 June 2011

09.00 am > 5.00 pm Balmain Homme (Presentation)
01.30 pm Juun. J
04.00 pm Alexis Mabille

24 June 2011

11.00 am Yves Saint Laurent
12.00 pm Julius
02.00 pm Walter Van Beirendonck
06.00 pm Givenchy
08.00 pm John Galliano (?)

25 June 2011

00.00 am KTZ (Presentation)
09.30 am Maison Martin Margiela
10.00 am > 6.00 pm Miharayasuhiro (Presentation)
12.00 pm Romain Kremer
09.00 pm Raf Simons

26 June 2011

11.00 am Lanvin
01.00 pm Songzio

Text : Modemonline , Diane Pernet

วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

Théâtre de la Mode


"Théâtre de la Mode"คือชื่องานนิทรรศการที่จัดขึ้นเมื่อปี1945(พ.ศ.2488)ที่กรุงปารีส แต่ภาพที่นำมาลงประกอบบทความนี้น่าจะเป็นภาพที่นำผลงานออกมาถ่ายใหม่ในยุคปัจจุบัน เพราะการจัดฉากด้านหลังเป็นการจัดแบบสมัยใหม่ แต่ก็..ไม่มีหลักฐานว่าที่ไหน,เมื่อไหร่,อะไร,ยังไง..5..5..5


ข้อมูลค่อนข้างไม่ละเอียด ดูแต่รูป..รู้แต่พองามก็แล้วกันน่ะค่ะ กว่านี้ดิฉันคงต้องทำเป็นวิทยานิพนธ์ แก่แล้วอย่าทำเลย..ให้คนรุ่นใหม่ๆเขาทำดีกว่า..5..5..5(ว๊าย..ขากรรไกรค้าง) สมัยนี้ใครๆเขาก็ว่าให้คนรุ่นใหม่เขาทำ..แก่แล้วให้อยู่เฉยๆ..นิ่งๆ..5..5..5(แหม..เส้นตื้นจริงๆดิฉันเนี่ย..)


เห็นไหม..คนแก่ก็แบบนี้..ขี้เมาท์,ขี้อิจฉา..ก็คนมันไกล้จะหมดประโยชน์แล้วนี่ ไม่เหมือนเหล่าบรรดาหุ่นในรูป ทำมาตั้ง66ปีแล้ว..ยังสวยอยู่เลย กาลเวลาไม่สามารถทำให้มันกลายเป็นของที่ไร้ค่า เท่าที่อ่านดูและระบบประมวลผลของดิฉันทำงานไม่ผิดพลาดมากนัก หุ่นเหล่านี้มีความสูง2ฟุต และเหตุผลที่ทำขึ้นมาก็เพราะในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองนั้น ยากแก่การแสดงผลงานแฟชั่นโชว์ นี่คือทางออกของการอยู่รอดและต่อเนื่องของแฟชั่น"Haute Couture"


งานแสดงนิทรรศการ"Théâtre de la Mode"ครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อ27มีนาคม1945 จนเมื่อ8พฤษภาคมจึงได้ย้ายไปจัดแสดงต่อที่กรุงลอนดอน บางข้อมูลบอกว่ามีการนำกลับมาแสดงอีกครั้งในยุค90 แต่ข้อมูลนั้นกระท่อนกระแท่น ประกอบกับ..แก่แล้ว..5..5..5..ขี้เกียจหาต่อ ก็..ชั้นไม่ใช่คนรุ่นใหม่นี่ย่ะ..5..5..5


วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

Spring/Summer 2012 : Milan Men's Focus


18 June 2011

02.00 pm Dolce & Gabbana
03.00 pm Jil Sander
04.00 pm Frankie Morello

19 June 2011

06.00 pm Prada

20 June 2011

09.30 am Dirk Bikkembergs
12.30 pm Gucci
03.00 pm D&G
06.00 pm Alexander McQueen
07.00 pm Moschino

21 June 2011

09.30 am Dsquared2

Text : Now Fashion

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

Alexander McQueen : Savage Beauty (Behind the Scenes)


The exhibition is organized by Andrew Bolton, curator, with the support of Harold Koda, curator in charge, both of The Costume Institute. Sam Gainsbury and Joseph Bennett, the production designers for Alexander McQueen’s fashion shows, served as the exhibition’s creative director and production designer, respectively.


All head treatments and masks are designed by Guido Palau.


Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...