แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ S/S 2011 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ S/S 2011 แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

Spring/Summer 2022: Prada

Prada Spring/Summer 1996 (Left): Image Prada, Prada Spring/Summer 2022 (Right): Image Hero Magazine

ตั้งแต่"Raf Simons"เข้ามาร่วมทำผลงานครั้งแรกกับ"Miuccia Prada"แรกในฤดูกาล"Spring/Summer 2021" "Raf Simons"ก็ได้หยิบยืมเอาผลงานเก่าของ"Miuccia Prada"กลับมาใช้ในผลงานใหม่ มีทั้งแบบทำให้นึกถึง(เนี่ย..คำเนี้ยคนไทยบางคนชอบเข้าใจผิดว่าหมายถึงก๊อปปี้) ไปจนถึงนำเอาของเก่ากลับมาใช้ใหม่เลยทีเดียว อย่างเช่นการนำเอาลายผ้าเก่าของฤดูกาล"Spring/Summer 1996"ของผู้หญิงกลับมาใช้ใหม่ในเสื้อผ้าของผู้ชายของ"Spring/Summer 2022"

Prada Spring/Summer 2009 (Left): Image Livingly, Prada Spring/Summer 2022 (Right): Image Vogue

ลายผ้าของ"Spring/Summer 2022"ในภาพด้านบนนี้น่าจะได้แรงบันดาลใจจากลายผ้าของฤดูกาล"Spring/Summer 2009"ที่เป็นงานในลักษณะที่คล้ายกันคือเป็นลายนางเงือกและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลพิมพ์แบบสีเดียว

Prada Spring/Summer 2009 (Left): Image Firstview, Prada Spring/Summer 2022 (Right): Image Vogue

เสื้อผ้าของผู้ชายที่ลักษณะคล้ายเสื้อผ้าของผู้หญิงจากฤดูกาล"Spring/Summer 2009"ได้โดนนำกลับมาใช้อีกครั้งในฤดูกาล"Spring/Summer 2022"ในรูปแบบที่แตกต่างออกไป

Prada Spring/Summer 2011 (Left): Image Livingly, Prada Spring/Summer 2022 (Right): Image Vogue

ลายริ้วสลับหลายสีและขนาดของ"Spring/Summer 2022"ที่ทำให้นึกถึงผลงานในฤดูกาล"Spring/Summer 2011" จริงๆตรงนี้เคยอ่านเจอที่มีคนบอกว่าคล้ายกับผลงานของ"Raf Simons"เองด้วยที่ทำให้กับ"Jil Sander"ของผู้ชายในฤดูกาล"Spring/Summer 2011"เช่นกัน

Miu Miu Spring/Summer 2017 (Left): Image Livingly, Prada Spring/Summer 2022 (Right): Image Hero Magazine

นอกจากนำเอางานเก่าของ"Prada"มาดัดแปลงหรือนำมาใช้ซ้ำแล้ว "Raf Simons"ยังได้นำเอางานเก่าของ"Miu Miu"กลับมาใช้ด้วย อย่างเช่นลายผ้าของ"Miu Miu"จากฤดูกาล"Spring/Summer 2017"ที่นำมาดัดแปลงใช้กับเสื้อผ้าผู้ชายของ"Prada"ในฤดูกาล"Spring/Summer 2022"

Miu Miu Spring/Summer 2017 (Left): Image Livingly, Prada Spring/Summer 2022 (Right): Image Vogue, WWD Japan

ลักษณะของเสื้อคลุมอาบน้ำและหมวกว่ายน้ำของ"Miu Miu"จากฤดูกาล"Spring/Summer 2017"ที่"Raf Simons"นำเอาแรงบันดาลใจมาใช้กับเสื้อผ้าและรองเท้าของผู้ชายในฤดูกาล"Spring/Summer 2022"ของ"Prada"

Miu Miu Cruise/Resort 2019 (Left), Prada Spring/Summer 2022 (Right): Vogue

"Biker Jacket"หนังใหญ่กว่าขนาดจริงสีสดของ"Miu Miu"จากฤดูกาล"Cruise/Resort 2019"ที่มีลักษณะคล้ายกับที่"ที่"Raf Simons"ทำให้กับ"Prada"ในฤดูกาล"Spring/Summer 2022"

วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563

From Runway To Customer


หนึ่งชุดจากการแสดงผลงานครั้งสุดท้ายของ"John Galliano"ที่ทำให้กับ"Christian Dior"จากฤดูกาล"Haute Couture Spring/Summer 2011"ที่มีลูกค้าได้นำออกมาขายผ่านทาง"Kerry Taylor Auctions"ในราคา 3,045,822 บาท 

ชุดที่ทางลูกค้านำออกมาทำการประมูลนั้นมีสีและรายละเอียดต่างจากชุดที่ใช้แสดงผลงาน โดยที่ตัวชุดยังคงใช้"Tulle"เป็นวัสดุหลักแต่เปลี่ยนสีจากเดิมที่เป็นฟ้าและพีชมาเป็นน้ำตาลและพีช จริงๆในคำบรรยายภาษาอังกฤษต้นฉบับอธิบายไว้ว่าสีชุดในการแสดงผลงานคือฟ้ากับชมพูและสีที่ลูกค้าสั่งมาคือน้ำตาลกับพีช แต่นี่ว่า..ชมพูกับพีชนั้นน่าจะเป็นสีเดียวกัน จริงๆมันควรจะเป็นสีเนื้อเสียด้วยซ้ำไป..5..5..5 ส่วนดอกไม้ที่ทำจากขนนกที่นำมาตกแต่งก็ย้อมสีตาม"Tulle"ไล่เฉดสีเข้มอ่อนต่างๆและมีการวางตำแหน่งของดอกไม้แตกต่างไปจากตัวที่ใช้ในการแสดงผลงาน

วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2563

The Annabelle Neilson Collection


"The Annabelle Neilson Collection"คืองานประมูลผลงานจากฤดูกาลต่างๆของ"Alexander McQueen"ที่ออกข่าวมาในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกับงาน"The Art of Alexander McQueen: The Jennifer Zuiker Collection" ข้อแตกต่างของทั้งสองงานคือ"Jennifer Zuiker"นั้นคือนักสะสม..จะเรียกว่านักเก็งกำไรหรือนักล่าสมบัติก็ว่าได้ ในขณะที่ของ"Annabelle Neilson"นั้นเป็นสมบัติส่วนตัวคือผ่านการใช้แล้วหรือเป็นของมือสอง ถ้านับว่าของใครเป็นของหายากหรือมีค่าน่าตื่นตาตื่นใจกว่ากันนี่ยกให้สินค้าของ"Annabelle Neilson"มากกว่า เนื่องจาก""Annabelle Neilson"นั้นเป็นเพื่อนสนิทคนนึงของ"Alexander McQueen" สินค้าบางชิ้นของ"Annabelle Neilson"ที่นำออกมาประมูลในครั้งนี้อย่าว่าแต่หาซื้อ แค่หาดูรูปรันเวย์ยังหาดูยากเลย บางชิ้นเป็นงานทดลองที่ขึ้นมาเพื่อเป็นตัวอย่างแต่ไม่ได้ใช้จริง..เนี่ยอย่างเนี้ยถึงจะเรียกว่า"Rare Item"


ในส่วนของสินค้านั้นแบ่งออกเป็น Lot เช่นเดียวกับของ"Jennifer Zuiker" โดยของ"Annabelle Neilson"นั้นมีทั้งหมด 124 Lots โดยใน 1 Lot อาจมีมากกว่า 1 ชิ้น เช่นใน 1 Lot อาจมีทั้งตัวในตัวนอกหรือมีทั้งชุดที่มาพร้อมกับเข็มขัดและรองเท้า โดยมีราคาเริ่มต้นโดยประมาณอยู่ที่ 5,000 บาท ไปจนถึง 500,588 บาท โดยการประมูลจะเริ่มต้นขึ้นในวันอังคารที่ 22 กันยายนนี้ ทางเวปไซต์ของ"Kerry Taylor Auctions"


วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2563

Kaisik Wong (1950-1990)

Kaisik Wong 1974 (Right in Pictue): Image Minniemuse (Left), Parrot Jacket 70's: Image Etsy

"Kaisik Wong"เป็นนักออกแบบชาวอเมริกัน(เอเซียน-อเมริกัน)ที่มีอิทธิพลต่อนักออกแบบในยุคต่อๆมา แต่กลับไม่ค่อยมีคนเขียนเรื่องถึงเท่าไหร่นัก นอกจากกลุ่มคนที่เขียนถึงประวัติศาสตร์แฟชั่นและพวกที่ชอบจับผิดแฟชั่น..5..5..5 ถึง"Kaisik Wong"จะมีผลงานออกมาตั้งแต่ในช่วง 60's-70's แต่คนกลับมากล่าวถึงเป็นอย่างมากในช่วงปี 2001 เนื่องจากมีผลงานของ"Nicolas Ghesquière"ที่ออกแบบให้กับ"Balenciaga"ในฤดูกาล"Spring/Summer 2002"มีแบบที่คล้ายกับผลงานของ"Kaisik Wong"ที่ผลิตขึ้นในปี 1973 ซึ่งทำให้เกิดเสียงวิจารณ์กันมากว่านี่คือแรงบันดาลใจหรือการลอกเลียนแบบ

Vintage Kaisik Wong 1973: Image Minniemuse (Left), Runway Balenciaga Spring/Summer 2002: Image Iivingly (Right)


ต่อมาในปี 2009 เสื้อผ้าจากการออกแบบของ"Nicolas Ghesquière"ในฤดูกาล"Cruise 2010"ก็ได้รับการวิจารณ์อีกครั้งว่ามีลักษณะคล้าย"Parrot Jacket"ของ"Kaisik Wong"ที่ออกมาในช่วง 70's (ซึ่งเสื้อรุ่นนี้โดนผลิตออกมาหลายสีมากจนเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของ"Kaisik Wong") และหลังจากนั้นยังมีนักออกแบบคนอื่นๆนำเอา"Parrot Jacket"ของ"Kaisik Wong"มาดัดแปลงใช้กับผลงานของตัวเองอย่างเช่น"Miu Miu"จากฤดูกาล"Spring/Summer 2011"และ"Lanvin"จากฤดูกาล"Fall/Winter 2019-2020"

Balenciaga Cruise 2010: Image Vogue (Left), Miu Miu Spring/Summer 2011: Image Iivingly (Middle), Lanvin Fall/Winter 2019-2020: Image Vogue (Right)

นอกจากชิ้นงานที่คล้ายจนเกือบเหมือนที่ยกตัวอย่างมาแล้วด้านบน ยังมีผลงานที่ได้รับอิทธิพลเทคนิคงานตัดต่อหนังสลับสีจาก"Kaisik Wong"อย่างเห็นได้ชัดเจนเช่นผลงานของ"Thierry Mugler"(ไม่ทราบปีของผลงานแต่น่าจะประมาณปลาย 80's ถึงต้น 90's)

Thierry Mugler (Late 80's-Early 90's): Image Farfetch

วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ดิฉันแค่..สงสัย


แหม..เรื่องแฟชั่นดิฉันไม่ค่อยสันทัด..ไม่ค่อยถนัด..5..5..5 เขียนอะไรไป..ก็มีแต่คนบอกว่าผิด แหม..ก็ดิฉันเรียนมาน้อย..ความรู้ต้อยต่ำ..ไม่ได้เป็นศิษย์เอกดีไซน์เนอร์ดัง..5..5..5 แล้วก็..ไม่เคยไปเทคคอสสั้นๆที่นิวยอร์ค,ลอนดอน,มิลาน,ปารีส..แหม..คนมันจน..เลยต้องเจียม..5..5..5 แต่ดิฉันเป็นแค่คนขี้สงสัยคนนึงเท่านั้นเอง และวันนี้ข้อสงสัยก็ยังคงวนเวียนอยู่ในเรื่องเดิมๆ..น่าเบื่อ..5..5..5


Picture : Vogue , GQ , Dazed Digital

วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Spring/Summer 2011 : David Gandy


"Dolce&Gabbana"ทำขึ้นมาเพื่อ..เพื่ออะไรก็ไม่รู้..ก็นี่มันปลายซีซั่นแล้วนี่นา ตามนั้น..เพราะในบล็อคก็ไม่ได้บอกวัตถุประสงค์ไว้..แหม..จะสงสัยอะไรนักหนา..5..5..5

ป.ล. ดูนานๆเวียนหัวเหมือนกันน่ะ..5..5..5

วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Most Influential Singer ?

Amanda Lear : "For Your Pleasure" Roxy Music (1973)

Givenchy : Photography by Steven Klein

ดิฉันแปลกใจเรื่องบางเรื่อง แต่มีบางคนบอกให้โยนทิ้งมันไป..5..5..5 ดิฉันเห็นนักร้องดังบางคนได้ตำแหน่ง.."Fashion Icon"จากงานใหญ่โต แต่กลับหาได้มีอิทธิพลอะไรต่อวงการแฟชั่น ไหน..อิทธิพลอะไร..ยกมาซักตัวอย่างซิ..5..5..5? แฟชั่น..ไม่ใช่งานแฟนซี..แม้จะมีเหนือจริง..หรือใส่เดินถนนไม่ได้บ้าง

Amanda Lear : "D&G" Spring/Summer 2011

แล้วจริงๆดีไซน์เนอร์ดังๆเขาคิดยังไงกัน นี่เราพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับเสื้อผ้า..ไม่ใช่เรื่องทั่วไป นักร้องที่ดีไซน์เนอร์ใช้มาเป็นแรงบันดาลใจในช่วงนี้คงไม่มีใครเกิน.."Amanda Lear" อุ๊ย..ตาย..ใครกัน?..น้องไม่รู้จักค่ะคุณพี่..ป้าคนนี้เป็นใครค่ะ?..5..5..5 ถ้าไม่รู้จัก..ก็น่าจะหาเรื่องอื่นๆอ่านบ้าง..ไม่ใช่ทั้งชีวิตนี้รู้จักคนอยู่คนเดียวน่ะค่ะคุณน้อง..5..5..5 เพราะอย่างน้อยๆทั้ง"Dolce&Gabbana"และ"Givenchy"ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากคุณป้าคนนี้ หมดศรัธธาในตัวดิฉันในตอนนี้..ยังดีกว่าหมดศรัธธากับตัวเองในอนาคตน่ะค่ะ..5..5..5

ป.ล. แฟชั่น..ก็คือแฟชั่น อย่ามามั่ว..5..5..5

Picture & Details : Rate Your Music , Album Art Photo , Interview Magazine , D&G

วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Spring/Summer 2011 : L 'Uomo Vogue Fashion Guide


วันนี้นั่งเปิดเวปดูไปเรื่อยๆ จนไปดูเวปของ"L 'Uomo Vogue" เลยได้เห็นอันนี้"Fashion Guide"ของ"Spring/Summer 2011" อืม..ม..ก็เหมือนส่งเสริมการขายของแบรนด์ต่างๆนั่นแหละค่ะ แต่มันก็ช่วยคนแต่งตัวไปด้วย แหม..ก็นี่อิตาลีทำเองนี่นา..จะไปเสียชื่อได้ไง แต่ดิฉันไม่ค่อยแน่ใจมากนักว่ามีพิมพ์ออกมาขายหรือเป็นเล่มแทรกอยู่ในเล่มใดเล่มนึงของ"L 'Uomo Vogue"ฉบับปกติรึปล่าว แต่มีแบบ"Online"อยู่เอามาลงดีกว่าดิฉันว่าน่าสนใจ


ในเล่ม..?..มันไม่ใช่หนังสือนี่นา แต่ไม่รู้จะใช้คำไหนแล้ว..ก็ในเล่มแล้วกัน..5..5..5 มีจำนวนถึงถึง108หน้า ดูกัน,โหลดกันตาหูเหลือก โดยแบ่งเสื้อผ้าหน้าร้อน2011ออกเป็น4กลุ่ม แล้วในแต่ล่ะกลุ่มก็แบ่งออกเป็นรูปแบบย่อยๆอีก รูปภาพ,เสื้อผ้า,การจัดวาง..สวยงามถูกใจ จริงๆดิฉันก็เห็นหนังสือแฟชั่นผู้ชายเขาทำกันทุกประเทศ แต่ของอิตาลีนี่ทำออกมาสวยกว่าใครเพื่อน


การจัดของเข้ากลุ่มไม่ดูสับสน ไม่เหมือนของบางประเทศที่ดิฉันเคยเห็น ประเทศที่ว่าเคยเห็นนั้นแลดูยัดเยียด..พยายามทำให้ของที่"ไม่ใช่"ให้กลายเป็น"ใช่" ดิฉันว่าการเขียนเรื่องแบบนี้ถ้าขาดประสบการณ์และทีมงานไม่ดีมือไม่ถึง ดิฉันว่า..เลี่ยงไปเขียนเรื่องเกี่ยวกับการแต่งตัวในรูปแบบอื่นก็ได้ มันยังมีทางออกอีกตั้งเยอะแยะ แหม..เขียนแล้วคันมือ..อยากเอารูปเล่มที่ว่ามาลง..5..5..5


มา..มา..ของไม่สวยก็อยู่ส่วนของไม่สวยไป ชิ้ว..ชิ้ว..ไปไกลๆ มาว่าถึงของสวยต่อดีกว่า กลุ่มที่ดูแล้วถูกใจดิฉันที่สุดก็คือกลุ่มของ"Leisure"ซึ่งแบ่งย่อยยิบออกไปอีก7รูปแบบ ทั้งทหารเรือเอย..,70เอย..ถูกใจไปซ่ะทั้งหมด ใครชอบเรื่องอะไรแบบนี้ น่าจะเซฟเก็บไว้ดู เพราะเอาไว้เป็นรูปแบบในการทำำบอร์ดพรีเซนท์ก็ดี หรือเอาไว้ดูว่าเสื้อแบบนี้น่าจะจัดอยู่ในกลุ่มแบบไหน..ก็ดีอีกเช่นกัน


Picture : Vogue

วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Spring/Summer 2011 : Diesel "Lookbook"


"Diesel"น่าจะเป็นแบรนด์ที่มี"Lookbook"ออกมาเยอะและถี่ จะเป็นรองก็แต่.."Zara"..5..5..5 อืม..ม..มีแรงมีไอเดียก็ทำกันไป มันคือภาพลักษณ์ที่แฝงการขาย..ไม่แฝงมั้ง..ขายกันจะจะขนาดนี้ แบรนด์รวยๆแพงๆก็มักสวย ส่วนแบรนด์ถูกๆก็ความสวยลดหลั่นรองลงมา


แต่ถ้าคิดแบบคิดมาก..ไม่มองแบบฉาบฉวย "Diesel"คิดงานน้อยลงและสวยน้อยลง..เมื่อเปรียบเทียบกับผลงานเมื่อหลายปีก่อน การที่เราต้องการขยายอณาจักรสินค้าให้ขายได้มากขึ้น ทุกอย่างต้องเข้าใจง่าย..ในวงกว้าง ต้นทุนต้องน้อยลง..เพื่อได้กำไรเยอะขึ้น..5..5..5 แหม..มันก็..สัจจะธรรมน่ะ นี่มันของซื้อของขาย..ไม่ใช่งานแสดงศิลปแบบไม่แคร์สื่อ


แต่ส่วนตัวแล้ว.."Diesel"ดูสนุกน้อยลง..น้อยลงจนเกือบไม่เหลือความสนุก ลูกเล่นต่างๆทั้งบนเสื้อผ้าและในเวปในแต่ล่ะซีซั่นลดน้อยลงอย่างมาก ถ้ามากไปกว่านี้อีก..คงกลายเป็น"Next"หรือ"Gap"ไปแล้ว รู้สึกเสียดายมั้ง? แต่ทุกอย่างก็เป็นไปตามยุคสมัย..มากบ้าง..น้อยบ้าง คงไปบังคับมันให้เป็นอย่างใจเราไม่ได้

Picture : Diesel

วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

Color Headphones ?

D&G (Milan) Fall/Winter 2011-2012

Urban Outfitters (UK) Spring/Summer 2011

Addict (Rio) Spring/Summer 2012

American Eagle Outfitters (USA) Spring/Summer 2011