แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ New Store แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ New Store แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2558

EmQuartier : Press Preview


Bangkok : ในวันศุกร์ที่ 27 มีนาคมนี้ทางห้าง"EmQuartier"จะทำการเปิดอย่างเป็นทางการ(บางส่วน) เท่าที่ได้ไปเห็นมาร้านค้าและตัวอาคารน่าจะเสร็จไปประมาณ 80% นั่นหมายถึงส่วนที่เปิดให้สื่อได้เข้าชมนะคะ และทาง"EmQuartier"ก็ได้มีรายละเอียดของร้านต่างที่จะมาเปิด(อาจจะไม่ได้เปิดพร้อมกันทุกร้านนะคะ)มีตั้งแต่แบรนด์ทั้งที่เคยมาเปิดชั่วคราวและยังไม่เคยเปิดมาก่อนในไทยอย่าง"A Bathing Ape","AMI","Banana Republic","Beams","Comme des Garçons | Pocket","Dior Homme","Markus Lupfer","MCM","Steve J & Yoni P","Stylenanda","Thakoon Addition"ฯลฯ รวมไปถึงร้านที่มีสาขาอยู่แล้วในเมืองไทยแต่ที่นี่จะเป็น"Flagship Store"ที่มีรูปแบบและขนาดแตกต่างจากสาขาอื่นๆในเมืองไทยอย่างสิ้นเชิงเช่น"Balenciaga","Chanel","Dolce & Gabbana","Miu Miu","Prada","Saint Laurent"ไปจนถึง.."H&M","Zara"และ"Uniqlo"


Picture : Foxy Lady

วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2557

The District EM


Bangkok : เขาแถลงข่าวกันไปตั้งแต่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา..ก็รอจนชาวบ้านเขาลงข่าวกันให้หมดก่อน เพื่อจะได้อ่านของชาวบ้านว่า..เราเข้าใจอะไรผิดหรือตกหล่นไปรึปล่าว?..5..5..5 ตามข่าวเขาว่า"The District EM"จัดงานแถลงข่าวและพาสื่อต่างๆรวมไปถึงลูกค้าเข้าชมความคืบหน้าของโครงการไปแล้วหลายรอบ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ดิฉันได้ไปฉะนั้นรายละเอียดอาจตกหล่นไปบ้างอย่าถือสา..5..5..5


"The District EM"หมายถึงห้างสามห้างของ"The Mall Group"ที่ประกอบไปด้วยห้างเก่าที่กำลังทำการปรับปรุงใหม่หมดทั้งตึกอย่าง"The Emporium" ห้างใหม่ที่กำลังอยู่ในระหว่างก่อสร้างอย่าง"The EmQuartier" และห้างที่ยังเป็นเพียงแค่โครงการอย่าง"The Emsphere" ซึ่งทั้งสามห้างดังกล่าวนั้นอยู่เกาะกลุ่มกันรอบ"สถานีพร้อมพงษ์" ซึ่งเมื่อโครงการทั้งหมดเสร็จจุดเชื่อมของห้างทั้งสามไม่ว่าจะเป็น"สถานีพร้อมพงษ์", "อุทยานเบญจสิริ"และ"โรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค"จะได้รับการปรับปรุง(หรืออาจจะถึงขั้นมีการเปลี่ยนชื่อ!)เพื่อให้พื้นที่ทั้งหมดได้รับการออกแบบใหม่ให้ออกมาในแนวความคิดเดียวกัน


โดยที่"The Emporium"และ"The EmQuartier"จะมีร้านที่ยังไม่เคยมีในเมืองไทยมาก่อนตั้งแต่ร้านระดับแบบว่า.."Van Cleef & Arpels", "Tiffany & Co."ไปจนถึง"Banana Republic", "A Bathing Ape"และแบรนด์จากเกาหลีอย่าง"Stylenanda" โดยในวันที่แถลงข่าวและตามใน"Press Kit"นั้นยังมีร้านอาหารของดีไซน์เนอร์ไทยอย่าง"Asava"และ"Soda"อีกด้วย


นี่น่าจะเป็นศึกใหญ่ระหว่าง"Central"และ"The Mall Group" ซึ่งตอนนี้เราคงยังตัดสินไม่ได้ว่าอะไรหรือที่ไหนจะดีกว่ากันจนกว่าทาง"The District EM"จะเปิดทั้งหมดว่าจะมีและจะทำได้อย่างที่วางโครงการไว้ไหม?

Details : The Mall Group , Picture : [au]workshop

วันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

Central Embassy


Bangkok : หายไปกว่า 2 เดือนเต็มๆที่ไม่ได้เขียน เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ..แต่ไม่ซีเรียส..5..5..5 ก็อย่างที่เคยเขียนไปบ่อยๆว่าบล็อคนี้เป็นบล็อครายสะดวกและตามอารมณ์ที่ขึ้นๆลงๆของคนเขียน นอกจากนี้เราก็ก้าวเข้าสู่ยุคข่าวสารเป็นพิษเสพไปเสพมาอาจเกิดผลข้างเคียงขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว..5..5..5


ตั้งแต่ต้นปีมานี้คงไม่มีข่าวใดที่เหล่าผู้เสพแฟชั่นและขาช๊อปรอคอยไปมากกว่าการเปิดตัวของห้างที่อ้างว่าเป็น"ศูนย์การค้าระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ไอคอนนิครีเทลแลนด์มาร์คแห่งแรกของเมืองไทย"(ซึ่งดิฉันก็ยังไม่เข้าใจความหมายของมันนะ..5..5..5) ซึ่งเปิดไปเมื่อวันพฤหัสที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา แน่นอนเหมือนกับทุกๆครั้งที่ผ่านมาคือ..ดิฉันไม่ได้รับเชิญและไม่ได้สาระแนไป..5..5..5 ได้แต่ฟังคนเล่าที่บ้างว่ายิ่งใหญ่เสียเหลือเกิน..แต่บ้างก็ว่าไม่ได้มีอะไรต่างไปจากห้างที่มีอยู่ ซึ่งข้อแตกต่างในการวิจารณ์คงเกิดจากการดำเนินชีวิต, วัย และฐานะเป็นหลัก ถ้าเราอยากรู้เราคงต้องไปดูเองให้เห็นกับตา ดิฉันเลยไปที่ห้างดังกล่าวหลังจากที่เปิดไปได้ 3 วัน เพื่อพบว่า..


ห้าง"Central Embassy"อยู่ในสภาพที่ไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่า"เสร็จ"และคงไม่เสร็จ..5..5..5 ร้านค้าหรูแบรนด์ดังคับฟ้าตั้งอยู่บนพื้นห้างที่อ้างว่าทำจาก"เทอราซโซ"หินขัดพิเศษที่นำเข้าจากประเทศอังกฤษ นั่นหรือคือหินขัดพิเศษจากประเทศอังกฤษ(เชิญชมภาพประกอบ) อุปมาอุปมัยคล้ายหญิงสาวที่หน้าตาสะสวยแต่ไม่เคยอาบน้ำ, ตัดเล็บ หรือแม้แต่แปรงฟัน..5..5..5 ส่วนร้านรวงก็ไม่ได้สร้างความแปลกใหม่อะไร ส่วนใหญ่คือร้านที่เมืองไทยเคยมีในห้างอื่นๆมาก่อนแล้ว มีแค่ไม่กี่ร้านที่มาเปิดเมืองไทยเป็นครั้งแรก ด้วยสายตาและประสบการณ์ที่ไม่ได้มากมายอะไรนักของดิฉัน ก็สามารถบอกได้ว่า"Central Embassy"ยังไม่สามารถสู้กับห้างใหญ่ๆอื่นๆในเอเซียได้ ไม่ว่าจะเป็นที่สิงคโปร์หรือฮ่องกง ตั้งแต่การตกแต่งภายในที่ที่ไหนที่ไหนก็เคยทำมาแล้วรวมไปถึงแบรนด์ต่างๆก็ไม่หลากหลายและซ้ำซาก

Picture : Foxy Lady , Details : Central Embassy , Thairath

วันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2556

H&M : Bangkok Flagship Store


เปิดไปแล้วอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวานนี้ตอน 1 ทุ่ม(นิดๆ..5..5..5) ร้าน"H&M"สาขาที่ว่าใหญ่ที่สุดในประเทศไทย(อย่างน้อยๆก็ตอนนี้..5..5..5)ด้วยขนาด 3,900 ตารางเมตรที่ชั้น 1 เซ็นทรัลเวิลด์ โดยการเปิดแบบเป็นทางการสำหรับลูกค้าทั่วไปคือวันพรุ่งนี้..วันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม โดยลูกค้าคนแรกที่เข้าร้านจะได้รับ"Gift Voucher"มูลค่า 5,000 บาท ส่วนคนที่ 2 ถึงคนที่ 5 จะได้รับ"Gift Voucher"มูลค่า 3,000 บาท ส่วนลูกค้า 200 คนหลังจะได้"Gift Voucher"คนละ 500 บาทคะ แต่ลูกค้าจำนวน 500 คนแรกที่ได้เข้าร้าน"H&M"สาขานี้ในเช้าของวันที่ 31 สิงหาคมจะได้รับของแจกเป็นกระเป๋า"Tote"แบบ"Limited Edition"ด้วยคะ

Picture : Foxy Lady

วันอังคารที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

Stradivarius : Central Lardprao


Bangkok : เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา(เห็นไหม..ช้าอีกแล้ว..5..5..5)ได้มีการเปิดร้าน"Stradivarius"(อ่านว่า"สตรา-ดิ-วา-ริ-อุส)สาขาใหม่ขึ้นที่ชั้น 1 เซ็นทรัลลาดพร้าว เป็นสาขาที่ 3 ของร้าน"Stradivarius"ในกรุงเทพ จริงๆถ้าให้เขียนร้านอย่าง"Stradivarius"หรือว่า"Pull&Bear"ก็คือการแยกประเภทสินค้าของ"Zara"ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายแบบแยกย่อย เหมือนทำสงครามแบ่งการโจมตีสถานที่สำคัญๆออกเป็นหลายๆจุด(5..5..5)


คราวนี้นอกจาก"Stradivarius"จะเปิดสาขาใหม่ในรูปแบบการตกแต่งใหม่แล้วยังเป็นการเปิดตัวสินค้าของ"Spring/Summer 2013"อย่างเป็นทางการอีกด้วย สินค้าของ"Stradivarius"นั้นแม้จะอยู่ในกลุ่มที่คล้ายกับ"TRF"ใน"Zara"แต่ก็มีราคาที่ค่อนข้างถูก..สะดวกซื้อประหยัดทรัพย์..5..5..5 ด้วยราคาและวัสดุที่สมเหตุผลที่มาพร้อมกับเทรนด์ที่อยู่ในความต้องการของตลาด โดยราคาของเสื้อยืดจะอยู่ที่490-1490บาทส่วนกางเกงจะอยู่ที่ราคา890-1990บาท ที่พิเศษสำหรับสาขานี้นำมาใช้ที่แรกคืออุปกรณ์ที่มีชื่อว่า"Calling System" โดยมีลักษณะคล้ายนาฬิกาข้อมือที่สามารถใช้เรียกพนักงานขายจากห้องลองในขณะลองเสื้อผ้าและต้องการจะเปลี่ยนไซส์

Calling System

ขอขอบคุณ : Gagan (Thailand)

Picture : Foxy Lady

วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2555

My Boon


"My Boon"ร้านใหม่ในรูปแบบ"Concept Store"ของกรุงโซล ที่น่าจะอยู่ในเป้าหมายของดิฉันในการไปโซลในเดือนหน้านี้ ร้าน"My Boon"ดูแล(จัดการ,ดำเนินงาน,วางรูปแบบ..อะไรทำนองนั้น)โดย"Milan Vukmirovic" และ"My Boon"นี้คือร้านที่สองจากฝีมือของ"Milan Vukmirovic" โดยที่ร้านแรกที่"Milan Vukmirovic"วางรูปแบบคือร้าน"Colette"ที่ปารีสเมื่อ15ปีมาแล้ว ฉะนั้นก็น่าจะย่อมไว้ใจได้ในการวางรูปแบบของร้าน


ร้าน"My Boon"อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับร้าน"Boon the Shop"และ"Man on the Boon" ตัวร้านตั้งอยู่ที่ชั้น1ของอาคารชื่อ"Pie’N Polus"ในย่าน"Cheongdam"ซึ่งเป็นย่านเดียวกับร้าน"Assouline Lounge"ที่เพิ่งเคยเขียนถึงไป แต่ห่างจากกันอย่างที่..เฮ้อ..ฉันจะเดินไปถึงไหมเนี่ย?..5..5..5

Picture : Style , Illumination Works  , Details : My Boon

วันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2555

Assouline Lounge


คล้ายๆกลัวดิฉันจะไม่ไปเกาหลี..5..5..5 วันนี้เปิดเจอสิ่งที่จะเจ็บจะป่วยก็คงต้องไป เป็นร้านขายหนังสือของสำนักพิมพ์"Assouline" ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์ที่ตีพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับแฟชั่นและศิลปรายใหญ่แห่งนึงของโลก ด้วยขนาดของร้านที่กว้าง3,800ตารางฟุต..มันต้องมีหนังสือที่ดิฉันต้องการ..ไม่มากก็น้อย..5..5..5 ตัวร้านนั้นไม่เพียงแต่มีส่วนที่ขายหนังสือเท่านั้นยังมีส่วนที่เป็น"Café"และพื้นที่จัดแสดงงานศิลปอีกด้วย "Assouline Lounge"ตั้งอยู่ระหว่างร้าน"Hermès"และ"Ralph Lauren"ในย่าน"Cheongdam"(อีกแล้ว)


Picture & Details : WWD

วันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2555

Balenciaga : Paris's Flagship Store


อย่างที่เคยเขียนไปแล้วว่า..ความชอบในงานออกแบบตกแต่งภายในของดิฉันยังคงไม่หายไปไหน แม้ว่าจะมาทำเรื่องเกี่ยวกับเสื้อผ้าแล้วก็ตาม นี่เป็นร้านใหม่ของ"Balenciaga"ที่กำลังจะเปิดขึ้นในพรุ่งนี้(วันอังคารที่ 12 มิถุนายน 2012)ที่ปารีส


ร้านของ"Balenciaga"มักผิดกับแบรนด์อื่นๆตรงที่แต่ล่ะร้านมักออกแบบไม่เหมือนกัน นั่นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีก็คือถ้าเสื้อผ้า,สินค้า,ภาพลักษณ์มันมีความพิเศษเฉพาะตัวมากๆมันก็ควรเป็นแบบนี้ แต่ข้อเสียคือ..ลูกค้าจะจำร้านไม่ค่อยได้..5..5..5 ร้านใหม่นี้ไม่ค่อยมีรายละเอียดเรื่องการออกแบบ แต่ในความรู้สึกของดิฉัน(อีกแล้ว) มันทำให้นึกถึงดีสโก้ยุค80 แหม..น่ะ..ไฟเพดานแบบนั้นเนี่ย..ไม่มียุคอื่นอีกแล้ว..5..5..5 คาดว่า..คงไม่ได้ทำเอาไว้ให้"Nicolas Ghesquière"ออกมาเต้นดีสโก้ แต่คงทำไว้เพื่อเวลาจัดแฟชั่นโชว์ภายในร้านมากกว่า..เมาท์..อีกแล้ว..5..5..5


Picture : WWD

วันจันทร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2555

"Zen" Department Store


หลังจากเลื่อน..เลื้อน..เลื่อนเปิดมาหลายรอบ "Zen"น่าจะได้ฤกษ์เปิดได้จริงๆซ่ะทีในวันที่6มกราคมนี้ แต่..ตราบใดที่ยังไม่เปิดก็ยังไม่สามารถแน่ใจได้ค่ะ ก็..เมื่อวันก่อนเพิ่งผ่านสันตึกข้างๆยังไม่ได้ฉาบปูนเลย จะทันเหรอค่ะ?..5..5..5 เลื่อนอีกได้น่ะ..ไม่ได้รีบ..5..5..5

วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Abercrombie & Fitch : Singapore Store Models


เห็นออกข่าวเหยงๆว่าจะเปิดฮ่องกง แต่ไหงมาเปิดสิงค์โปร์ก่อนได้..ขี้เกียจงงธุระไม่ใช่..5..5..5 อาจจะเป็นไปได้ว่า..เพราะที่นี่คือ"ดินแดนแห่งกะเทยอเบอครอมบรี้..รี้..แห่งฟากโลกตะวันออก" ต้องรีบเปิด..เพราะในเอเซียนี้ไม่มีกะเทยที่ไหน..ประเทศใด..ใส่เสื้อผ้า.."อเบอครอมบรี้..รี้.."เยอะเท่ากับกะเทยสิงค์โปร์อีกแล้ว มันช่างตรงกลุ่มเป้าหมายอะไรเช่นนี้


ว่าแต่..ทำไมวันแถลงข่าวนายแบบสิงค์โปร์..ถึงหาแทบไม่เจอในรูป? นายแบบสิงค์โปร์น้อยจนแทบมองไม่เห็น อะไรคือสาเหตุน่ะ..ก.คนเอเซียใส่"Abercrombie"ไม่สวย..5..5..5 ข.นายแบบสิงค์โปร์หน้าตาไม่ผ่าน..5..5..5 ค.คนสิงค์โปร์ชอบดูนายแบบฝรั่งมากกว่านายแบบชาติตัวเอง..5..5..5 ตอนที่แถลงข่าวสาขาที่ญี่ปุ่นยังใช้นายแบบญี่ปุ่นจำนวนเยอะมากกว่านี้ หรือว่า..เอ..ดิฉันเข้าใจผิด จริงๆคือนายแบบฝรั่งพวกนี้คือคนสิงค์โปร์?..5..5..5


วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Chanel @ Boon The Shop


เหมือนซีซั่นนี้ใครๆก็แห่ไปทำการตลาดที่เกาหลี แหม..ขายเสื้อเมืองหนาว..ก็ต้องไปทำตลาดเมืองหนาวซิ..5..5..5 ร้าน"Chanel"สาขาที่"Boon The Shop"นี้กินเนื้อที่ถึงสามชั้น ต๊าย..ดีไซน์เนอร์คนอื่นที่อยู่มาก่อนคงต้องอพยพหลีกลี้หนีป้าไปอยู่ส่วนอื่นๆของร้าน เพราะเท่าที่ดูจากรูป มันคือครึ่งนึงของตึก"Boon The Shop" จริงๆจะเรียกสาขา..มันก็ไม่ถาวรขนาดนั้น จะนิทรรศการก็ไม่ใช่ มันน่าจะเป็น"Pop-Up Store"ขนาดใหญ่ เพราะมาถึงตอนนี้น่าจะไม่มี"Chanel"ที่"Boon The Shop"แล้ว เพราะเห็นเขียนไว้ว่ามีถึงแค่วันที่20พฤศจิกายนที่ผ่านมา ลงทุนเนอะ..ทำๆ..รื้อๆ..สบายใจ..ได้อิมเมจก็พอ..5..5..5


Picture : Chanel

วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2554

Man on the Boon.


"Boon the Shop"เป็นชื่อร้าน(หูย..มันใหญ่เกินกว่าเรียกว่าร้านน่ะ)ที่ขายของแบบมัลติแบรนด์ในกรุงโซล มาปีนี้แยกเสื้อผ้าของผู้ชายออกมาเปิดร้านต่างหากชื่อว่า"Man on the Boon" โดยร้านนี้เท่าที่อ่าน..ไม่ได้ไกล้กับร้านแรก อยู่ห่างกันคนล่ะโยชน์ โดยร้านนี้อยู่ที่ชั้น6ในห้าง"Shinsegae"สาขา"Gangnam" ไม่ได้มีแต่เสื้อผ้าอย่างเดียว แต่มีซีดีกับหนังสือและอีกจิปาถะให้เลือกซื้อ


Picture & Details : Superfuture , Man on the Boon

วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554

"JBROS" : Myeong Dong


สำหรับคนที่กำลังจะไปเกาหลี..ชอบเสื้อผ้า..หนังสือ..หรือคนขาย..ของ"JBROS" ไม่ต้องอดตาหลับขับตานอนรอถึงสามสี่ทุ่มค่อยออกไปร้านนี้อีกต่อไป เพราะว่า.."JBROS"เปิดสาขาที่สามที่"เมียงดง"แล้ว โดยอยู่ที่ชั้น5ในตึก"Noon Square" ตึก"Noon Square"หาง่าย..เพราะอยู่หัวมุมพอดีตรงข้ามกับตึก"Lotte Young Plaza" ส่วนเวลาเปิด,ปิดไม่มีบอกอีกตามเคย แต่น่าจะ..เปิด,ปิดตามเวลาปกติของห้างทั่วไป เพราะในตึกเดียวกันนี้มี"Zara"และ"H&M"ด้วย สองร้านนั้น..คงไม่เปิดโต้รุ่ง..5..5..5


Picture : JBROS

วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Uniqlo : Bangkok Press Preview


วันนี้ท่ามกลางสายฝนและความอยากได้รองเท้าแตะของดิฉัน "Uniqlo"สาขากรุงเทพได้เปิดงานแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ซึ่งดิฉันไม่ใช่สื่อแต่ปลอมตัวเป็นพนักงานโรงแรมเข้าไป..5..5..5 แหมใครเขาจะไปเชิญ..5..5..5 ดิฉันไม่ใช่ช่างภาพคนดังที่มีแต่หน้า..ก็เข้างานได้ มาๆเข้าเรื่อง..อย่าไปแขวะชาวบ้านเขา


งานวันนี้แลดูพยายามให้สื่อเข้าใจถึงเทคโนโลยี่และระบบการดำเนินงานของ"Uniqlo" มากกว่าแบบเสื้อและรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวกับเสื้อผ้า จนสื่อบางคนหลังฟังเสร็จ..สามารถเข้าทำงานเป็นพนักงานขายของ"Uniqlo"ได้เลย ไม่ต้องผ่านการอบรมอีก..5..5..5


จากรายละเอียดตอนอบรมพนักงานขาย..ว๊าย..เมาท์ ไม่ใช่ซิ..เขาอธิบายละเอียดไปหน่อยเท่านั้นเอง ร้าน"Uniqlo"สาขากรุงเทพจะมีทั้งหมดสามสาขา โดยเปิดสาขาแรกอย่างที่หลายๆคนรู้ไปแล้วที่"เซ็นทรัลเวิร์ด"ในเดือนกันยายน หลังจากนั้นในเดือนตุลาคมจะเปิดขึ้นที่"เซ็นทรัล พลาซ่า"ลาดพร้าว และที่ที่สามในปีนี้ก็คือ"เซ็นทรัล พลาซ่า แกรนด์"พระราม9ในเดือนพฤศจิกายน หูย..เปิดตูมเดียวสามสาขาเลย แบบว่า..เปิดทุกเดือนเรียงกัน


ข่าวดีกับข่าวร้ายมักชอบมาคู่กันเสมอๆ แบรนด์ที่สาวน้อย,สาวใหญ่เฝ้ารอคอยว่าจะมาหรือไม่มา ปรากฎว่ามานั่นก็คือ"+J"จากฝีมือการควบคุม(เนอะคำนี้น่าจะเหมาะมากกว่าคำว่าออกแบบ)ของ"Jil Sander" โดย"+J"จะมีวางขายที่ร้าน"Uniqlo"เฉพาะสาขา"เซ็นทรัลเวิร์ด"ที่เดียว นั่นคือข่าวดี..ต่อไปคือข่าวร้าย วันนี้ที่ญี่ปุ่นมีข่าวออกมาว่าคอเลคชั่น"Fall/Winter 2011-2012"ของ"+J"ที่กำลังจะออกขาย จะเป็นคอเลคชั่นสุดท้ายของการร่วมมือกันระหว่าง"Jil Sander"และ"Uniqlo"


อ้อ..งานนี้"Uniqlo"เขาแจกเสื้อยืดที่บรรจุอยู่ในหีบห่อสวยงาม แต่ดิฉัน..ไม่ใช่สื่อ..เลยไม่ได้ของกับเขา..5..5..5 ที่เห็นคือยืมของชาวบ้านมาถ่าย

Picture : Foxy Lady , Website : Uniqlo (Thai) , Facebook : Uniqlo

วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

Rick Owens : Seoul's Flagship Store


ทำไม..ดิฉันถึงตกหล่นร้าน"Rick Owens"ไปได้ ตอนแรกที่อ่านเจอใน"Diane Pernet"ดิฉันนึกว่าเพิ่งเปิด โธ่..เขาเปิดมาตั้งแต่22เมษา..ปีที่แล้ว..5..5..5 ปกติดิฉันมักไม่ตกหล่นอะไรแบบนี้ ตอนไปเมื่อเดือนตุลาปีที่แล้วก็น่าจะเจอ ทั้งๆที่ร้าน"Rick Owens"มันอยู่ในเขต"กังนัม" แต่มันอยู่ไกลออกไป..ออกไป..และ..ออกไป..ในย่านใหม่อย่าง"Dosan Park"



ภายในร้านที่เขาเขียนบรรยายไว้..ให้ความรู้สึกความเป็นโชว์ของ"Rick Owens"อย่างเต็มที่ ไม่ว่าการตกแต่ง,แสง,สโมค(?)..และหุ่นขี้ผึ้งขนาดเท่าจริงของ.."Rick Owens"(จะดีเหรอค่ะ?)


Rick Owens : Seoul's Flagship Store

651 Shinsa-Dong

Gangnam-Gu , SEOUL

South Korea

Picture & Details : Diane Pernet , Eiffel in Seoul