วันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Nicolas Ghesquière Exits Balenciaga


My Favorite : Wonder Woman by Steve Kaufman (1995)


Steven Alan Kaufman (1960 - 2010)

Picture : E Bay

วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

H&M X Maison Martin Margiela : Price List


มีทั้งข่าวดีและข่าวร้าย ข่าวดีคือราคาเป็นเงินบาทไทยได้ออกมาแล้ว..ส่วนข่าวร้ายคือการเลื่อนการวางจำหน่ายของคอเลคชั่นนี้จาก..15 พฤศจิกายนไปเป็น 22 พฤศจิกายนแทน ราคาเป็นเงินบาทที่เห็นอยู่ในบทความนี้ยังไม่ได้ลงอย่างเป็นทางการในเวปไซท์ของ"H&M"น่ะค่ะ แต่จะเป็นไฟล์ที่ทาง"H&M"ได้เผยแพร่ออกตามสื่อต่างๆ ฉะนั้นเปิดเข้าไปในเวป..คงยังไม่เจอ..5..5..5



ภาพสินค้าทั้งหมดสามารถคลิกให้ใหญ่ขึ้นได้อีกเพื่อดูข้อมูลราคาในแต่ล่ะรุ่นได้อย่างชัดเจนค่ะ โดยดิฉันแยกเสื้อผ้าและเครื่องประดับของผู้ชายในคอเลคชั่นนี้ไว้ต่างหากโดยสามารถเข้าไปดูได้ที่ > H&M X Maison Martin Margiela : Price List


Picture : H&M

วันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ภูติ..ผี..ปีศาจ


ดิฉันเคยเขียนไว้ใน"Facebook"ของตัวเองไว้ว่า"ผีก็เหมือนความรัก ใครที่ยังไม่เคยเจอก็ยังไม่เชื่อว่ามีจริง" นักวิทยาศาสตร์ฝรั่งมักบอกว่ามันคือความเชื่อหรืออุปทาน และมักหาข้อต่างๆมาโต้แย้ง เพราะเรื่องเหนือธรรมชาติเป็นเรื่องที่..ฝรั่งรับไม่ได้

ดิฉันเคยเจอเรื่องผีมาตั้งแต่เด็กๆ(คงไม่ใช่มองตัวเองในกระจกแล้วตกใจแบบบางคน..5..5..5) บ้านที่เคยอยู่มาแต่ล่ะบ้านทั้งบ้านตัวเอง(ที่ตอนนี้กลายไปเป็นของคนอื่น)และบ้านเพื่อนต่างดุเด็ดเผ็ดมันต่างกันไปคนล่ะแบบ แต่นั่นก็ทำให้ดิฉันรู้ว่าผีนั้นไม่ได้ทำให้ไฟดับๆติดๆหรือเขย่าโต๊ะ,เขย่าเตียงแบบในหนัง..5..5..5 แต่เขามาเหมือนคนปกติ เพียงแต่คนที่เราเห็นหรือเสียงที่เราได้ยินไม่ควรมาในเวลานั้นหรือเขาไม่สามารถที่จะอยู่ตรงนั้นได้อีกแล้ว ผีคือคนตายที่พยายามสื่อสารกับคนเป็น แน่นอน..มันน่ากลัว แต่นั่นไม่ใช่เจตนาของเขา

บ้านเก่าที่บางลำภูกับบ้านเพื่อนที่พงษ์เพชรน่าจะติดอันดับต้นๆของบ้านน่ากลัวในกรุงเทพ ไม่ใช่บ้านร้างหรือบ้านที่ยังสร้างไม่เสร็จตามที่รายการผีชอบพาไปลองของ..ผีที่ไหนจะมาอยู่ย่ะ จะให้ผีนั่งรถเมล์มาต่อสองแถวแล้วซ้อนวินมาหาบ้านร้างอยู่รึไง?..5..5..5

เมื่อหลายปีก่อนเคยฝันว่าตัวเองตาย(ตอนนี้ก็ไกล้แล้ว..5..5..5) แล้วอยู่ในนรก..มีหน้าที่เดินเอกสารระหว่างแผนก..5..5..5 นรกไม่ได้มีไฟร้อนแบบภาพเขียนในวัด(คงพัฒนาแล้ว..5..5..5) กลับมีหน้าตาคล้ายโรงพยายาลของรัฐเก่าๆ พัดลมไม่หมุน ไฟนีออนอ่อนแรงคล้ายจะดับมิดับแหล่ แต่ไม่มีใครกลัว..ก็เป็นผีกันหมด..จะกลัวอะไรอีกล่ะ..5..5..5 แล้วก็มีเสียงเรียกชื่อดิฉันมาจากแผนกประชาสัมพันธ์ของนรกที่อยู่หน้าลิฟท์ ดิฉันเดินไปหาป้าที่อยู่ในเคาน์เตอร์(ดูจากสภาพ..แกคงมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ปีพ.ศ.2500..5..5..5) แกบอกว่าให้ดิฉันขึ้นไปข้างบน(ก็สวรรค์นั่นแหละ..)เอาเอกสารไปให้แม่ดิฉันเซนต์ใบรับรองการทำงาน..5..5..5 ดิฉันเดินไปกดปุ่มลิฟท์แบบโบราณ(กลมๆขาวๆนูนๆ) ลิฟท์เก่ารุ่นแบบปลายยุค60เล็กแบบที่จุผี4ตนได้ก็เต็มแล้ว พอลิฟท์เปิดออกดิฉันก้าวเข้าไปในลิฟท์ แน่นอนมีแค่สองปุ่ม..นรกกับสวรรค์ ดิฉันกดปุ่มที่จุดมุ่งหมาย..น่าจะดีใจเพราะได้เจอแม่..แถมได้ขึ้นสวรรค์(ชั่วคราว)..5..5..5 แต่..ดิฉันดูเฉยเมยไม่รู้ทุกข์รู้ร้อน พอประตูลิฟท์เปิดออก..อืม..ม..มันต่างกันจริงๆ..สวรรค์กับนรก ภาพสวรรค์ด้านนอกแลดูคล้ายลอบบี้ของโรงแรมรอแยลคลิฟท์ในช่วงปลายยุค70 สว่างไสวมองออกไปเห็นสระว่ายน้ำกลางแจ้ง มองไปอีกไม่ไกลแม่กำลังเดินมาในชุด"มูมู่"ผ้าไหมลายพร้อยพร้อมแว่นกันแดดทรงผีเสื้อสีเข้ากับชุด แม่เดินเข้ามากอดเหมือนตอนดิฉันเด็กๆ แล้วเอาเอกสารในมือดิฉันไปอ่านและเซนต์ เมื่อเซนต์เสร็จแม่ถามดิฉันว่าไม่อยู่ก่อนเหรอ? ดิฉันส่ายหน้า..แล้วเดินกลับไปที่ลิฟท์ ดิฉันหันกลับไปมองแม่ที่ยืนมองดูดิฉันครั้งนึงก่อนที่ลิฟท์ปิด ฝันก็จบลงแค่นั้น

พอเขียนมาถึงตรงนี้..เสียงเพลง"ยมบาลเจ้าขา"ก็ดังขึ้นมาในโสตประสาท โดยเฉพาะท่อนที่ว่า"เมื่อก่อนนี้เคยเห็นแต่ผีหลอกคน เดี๋ยวนี้ชอบกลเจอแต่คนหลอกผี" หลอกผี..ยังดี บางคนหลอกได้แม้แต่คนรอบข้างหรือกระทั่งตัวเองโดยที่ยังไม่ต้องตาย นั่นดิฉันว่าไม่น่ากลัวแต่น่าขำ

วันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Spring/Summer 2013 : Seoul Fashion Week Day 1


วันแรกของโซลแฟชั่นวีคเริ่มต้นขึ้นในเช้าวันจันทร์ท่ามกลางพายุฝน โดยที่โชว์แรกจะเริ่มในเวลา11.00เช้า..ใช่เช้า..เช้าแบบเมืองไทยไม่กล้ามีโชว์ในเวลานั้น และไม่ต้องถามว่ารถติดไหม?..เพราะเวลาออกจากโรงแรมนั้นตรงกับเวลาออกจากบ้านไปทำงานของชาวเกาหลีพอดี อากาศที่เคยเย็นๆ..พอประมาณเริ่มหนาวขึ้นเรื่อยๆ..นี่ไม่ใช่รายการพยากรณ์อากาศ..ฉะนั้นเข้าเรื่องแฟชั่นโชว์..5..5..5

โชว์แรกของวันเป็นโชว์ของ"Resurrection by Juyoung" เสื้อผ้าค่อนข้างธรรมดาและขายง่ายมากขึ้นถ้าเปรียบเทียบกับคอเลคชั่นเก่าๆของแบรนด์นี้ จุดเด่นของโชว์นี้ไปอยู่ที่การจัดแสงในโชว์ที่สวยมากและแว่นตา ซึ่งนี่ดูคล้ายกับงานโชว์สำหรับแว่นตาและมีเสื้อผ้าเป็นส่วนประกอบมากกว่า ปล่าวน่ะ..ดิฉันไม่ได้คิดไปเอง เพราะในงานนอกจากแว่นตาจะดูเด่นมากแล้ว ยังมีแคตตาล๊อคแว่นตาจากคอเลคชั่นนี้แจกทุกที่นั่ง..ก็สวยจริงๆแหละ แถมยังเป็นงานที่ผลิตในญี่ปุ่นอีกด้วย


โชว์วันแรกนั้นเป็นโชว์เสื้อผ้าผู้ชายล้วนๆ และมีถึง10โชว์ได้ดูประมาณ..ไม่ประมาณแหละ..แค่5โชว์..5..5..5 เพราะการดูโชว์เยอะๆมันไม่สนุกเหมือนอย่างที่หลายๆคนคิด เสื้อสวยก็ดีไป..เกิดไม่สวยหรือไม่ถูกใจขึ้นมามันคือมันคือความทรมานอย่างสาหัส จะเดินออกกลางโชว์ก็..กระไรอยู่..5..5..5 แล้วจากใน5โชว์ของวันแรกดิฉันก็ชอบโชว์ของ"Dominic's Way"มากที่สุด เป็นอีกโชว์ที่ไฟสวยมาก..มาก..น่าจะสวยที่สุดในกลุ่มโชว์เสื้อผ้าผู้ชายที่ได้ดูทั้งสองวัน แม้จะมีบางลายทำให้นึกถึงลายของ"Givenchy"และหมวกที่ทำให้นึกถึง"Junya Watanabe"ก็ตาม แต่ด้วยส่วนประกอบที่เหลืออย่างวัสดุและสไตล์ลิ่งที่ทำให้"Biker Jacket"และ"Bomber Jacket"ดูแปลกตาไปกว่าที่เคยๆเห็นมา


Picture : Seoul Fashion Week , Foxy Lady

วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Seoul Fashion Week : Intro


ไม่เคยไปโซลเดือนตุลาแล้วอากาศแบบนี้..ไม่เคยพบไม่เคยเจอ แล้วเด็กชายปลาบู่ก็ไม่เคยทำนายไว้..5..5..5 วันแรกที่ไปถึงอากาศนับว่าร้อนสำหรับโซล..น่าจะ20องศาต้นๆ..นั่นแหละร้อนแล้ว พอวันรุ่งขึ้นฝนตก..อ้อ..ไม่ใช่เรียกว่าพายุดีกว่า ตกหนักลมแรง แน่นอนเปียกกันไปถ้วนหน้า เพราะนึกไม่ถึงว่าฝนจะตกไล่ตามหลังมาจากกรุงเทพขนาดนี้..5..5..5 คืนนั้นอากาศร่วงลงไปเหลือเลขตัวเดียว..ตัวเดียวต้นๆ..อาจมากกว่าศูนย์เล็กน้อย ทรมานเป็นที่สุด แจ็คเก็ตหนังเอาไม่อยู่..อยากได้โค๊ต..ทำนองนั้น..5..5..5

โซล..ก็ยังเป็นโซล คงไม่ได้กลายเป็นโตเกียวหรือกรุงเทพ..5..5..5 "K-Pop"ก็ยังคงรุ่งเรือง..แหม..ก็ของเมืองเขาอ่ะน่ะ และเกือบไร้ซึ่งเพลงดังอย่าง"Gangnam Style" ที่ถ้าจะได้ยินก็จะมาจากร้านของชำเล็กๆหรือโฆษณาบะหมี่ถ้วยในทีวี..ไม่ได้ไปเปิดอยู่ในล็อบบี้แฟชั่นวีคแบบบางประเทศ..5..5..5


ทั้งเมืองอุดม..ท่วมท้นไปด้วยเทรนด์ฮิตอย่าง"Biker Jacket","Bomber Jacket"และ"Baseball Jacket"และลายพราง สียังคงไม่พ้นโทนสีเข้มอย่างดำ,กรมและเทาแบบที่เรียกว่า"Heather Grey" แบรนด์นอกที่ใส่กันเยอะแยะเกลื่อนถนน..ไม่พ้นแบรนด์อย่าง"Givenchy" แต่เท่าที่เห็นคนเกาหลีและสื่อที่ถ่ายรูปคนที่เข้ามาดูงานแฟชั่นวีคจะสนใจของประเภทที่เกาหลีไม่มีขายมากกว่า ทั้งของที่ทำเองและแบรนด์ที่ไม่มีขายในเกาหลี


งานโซลแฟชั่นวีคคราวนี้ย้าย..ย้ายอีกแล้ว..5..5..5 ไปจัดที่"The War Memorial of Korea"และ"Seokyo Xi Gallery" ซึ่งไกลจากโรงแรมที่พัก..มาก..ถึงมากที่สุด ใช้เวลเดินทางไม่มาก..แค่เกือบชั่วโมง..หรือเกินชั่วโมงถ้ารถติด..5..5..5 สถานที่ใหญ่..แต่งานเล็ก..เล็กกว่าเดิมครึ่งนึงเห็นจะได้ แต่จำนวนคนดูเท่าเดิม..แน่นอน..แน่น..แน่นจนบางโชว์ดิฉันโดนดันขึ้นไปยืนอยู่บนสุด ซึ่งถ้าเขาให้เขยิบขึ้นไปอีกนิด..ดิฉันคงไปยืนบนราวไฟข้างบน..5..5..5 ส่วนเรื่องโชว์เดี๋ยวค่อยเขียน..เอาน่าตามนั้น เพราะนี่งานยังไม่จบ คงอาจจะต้องรอให้ถึงวันอาทิตย์นี้ก่อน

Picture : Foxy Lady

วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Spring/Summer 2013 : MF Fashion


หนังสือแบบ"E-Book"(ตกลงจะเรียกอะไรกันแน่ดิฉันไม่รู้..5..5..5) จากอิตาลีที่รวบรวมภาพแฟชั่นและสรุปเรื่องราวแฟชั่นโชว์ของฤดูกาล"Spring/Summer 2013"ของเสื้อผ้าผู้หญิง(ของผู้ชายมีออกมาก่อนหน้านี้เคยลงไปแล้วค่ะ)ไว้อย่างละเอียด รูปเล่มสวย,บทความดี..ดูไม่ยัดเยียดผลงานดีไซน์เนอร์แบบหนังสือแฟชั่นชื่อดังของอเมริกา เสียอย่างเดียว..เป็นภาษาอิตาเลี่ยน..5..5..5

วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Spring/Summer 2013 : Anrealage


โชว์"Spring/Summer 2013"ของโตเกียวคงไม่น่ามีโชว์ของใครน่าสนใจไปกว่าของ"Anrealage" และนี่ก็เป็นครั้งที่สองแล้วที่ดิฉันเขียนถึง"Anrealage"(ครั้งแรกคือคอเลคชั่น"Fall/Winter 2011-2012") คราวนี้"Anrealage"มาพร้อมกับหนึ่งในเทรนด์ฮิตของฤดูกาลนี้คืองานแบบเรขาคณิต ด้วยคอนเซปสั้นๆว่า"Bone"(คงไม่ได้หมายถึงกระดูกจริงๆ แต่คงหมายถึงโครงสร้างมากกกว่า) งานเกือบทั้งหมดผ่านขั้นตอนการฉลุลายด้วยเทคนิคแบบ"Laser Cutting" ที่เริ่มต้นและจบโชว์ลงด้วยไฟ"Black Light"


Picture & Details : Fashion Snap