วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Singapore


หายไปทำธุระ(ที่ไม่ได้เกี่ยวกับธุระกิจแฟชั่นใดๆ)ที่สิงคโปร์มา 3 วัน หลังจากที่ไปสิงคโปร์ครั้งสุดท้ายเมื่อ 6 ปีที่แล้ว สิงค์โปร์ในปี 2013 เปลี่ยนไปหลายอย่างมีทั้งด้านดีและไม่ดี ต้นไม้และแลนด์สเคปเมืองนี้ยังคงสวยหรือสวยมากกว่าเดิม คงมีแต่งบประมาณอย่างเดียวไม่ได้ต้องมีใจรักและรสนิยมด้วย ไม่ใช่มีสวนหย่อมแล้วปล่อยให้หญ้าตายขยะเกลื่อนแบบบางประเทศ..5..5..5

มาๆ..ไปเที่ยวสิงคโปร์กับดิฉันแบบสั้นๆกันคะ ห้างส่วนใหญ่แบรนด์แทบ..ไม่มีแบรนด์อะไรแตกต่างไปจากเมืองไทย แต่แตกต่างกันด้วยขนาดพื้นที่ของร้าน,การบริการและจำนวนของสินค้า บางอย่าง..บางแบรนด์..แพงกว่าเมืองไทยเป็นพันก็มี ซึ่งน่าจะเกิดจากที่สินค้าแบรนด์นั้นๆทางสิงคโปร์ไม่ได้เป็นผู้นำเข้าเอง แต่ที่ดีกว่าจนไม่สามารถยกเอาเรื่องราคาที่แพงกว่าขึ้นมาอ้างได้ก็คือจำนวนของสินค้าและการบริการ พนักงานส่วนใหญ่หน้าตาสวยงาม..แม้จะไม่เท่าเกาหลีก็เถอะ พูดเพราะ,ภาษาอังกฤษดีไม่ได้เป็นอังกฤษสำเนียงสิงคโปร์แบบสมัยก่อน แล้วสินค้าส่วนใหญ่ที่ได้เห็นหลายๆแบรนด์จะมีครบสี,ครบไซส์และจะมีชิ้นใหม่แกะกล่องให้ลูกค้าเสมอ ไม่ใช่แบบว่า..มีเข้ามาชิ้นเดียว,สีเดียวหรือเหลือชิ้นสุดท้ายที่โชว์แล้วคะ..นี่ขายลูกชิ้นปิ้งเหรอยะหล่อน..5..5..5 สินค้าที่จะทำการขอคืนภาษี(GST Refund)ได้ต้องมีราคาตั้งแต่ 100 เหรียญสิงคโปร์(99.95 ก็ไม่ได้คะ..5..5..5) โดยสินค้าที่ต้องการคืนภาษีต้องนำตัวสินค้าไปแสดง(สำแดง?..อะไรซัมติง)ที่เคาน์เตอร์"GST Refund"ก่อนทำการเช็คอินที่สนามบินด้วยคะ

โรงแรมส่วนใหญ่และสนามบินมี"Wi-Fi"ให้ใช้ฟรี โดยที่สนามบิน"Changi"นั้นไม่ต้องใช้"ID"และ"Password"ใดๆเหมือนกับในโรงแรม เพียงแค่เปิด"Wi-Fi"แล้วเลือก"#Wi-Fi@Changi"ก็สามารถใช้ได้เลย โดยความเร็วนั้น..เร็วกว่าของ"Dtac"ที่เสียเงินใช้อยู่เสียอีก..5..5..5 ถ้าไปไหนมาไหนไม่หยุดแบบว่าออนทัวร์รอบเกาะแล้วไปคนเดียวในระยะเวลา 3 วัน 2 คืนควรซื้อบัตร"Singapore Tourist Pass" เพราะขึ้นได้ไม่จำกัดจำนวนเที่ยวในระยะเวลา 3 วัน โดยบัตร"Singapore Tourist Pass"สำหรับ 3 วันอยู่ที่ราคา 30 เหรียญสิงคโปร์(มีให้เลือกแบบ 1 และ 2 วันด้วยคะ) ซึ่งสามารถนำบัตรไปคืนได้ในวันกลับและจะได้รับค่ามัดจำบัตรคืน 10 เหรียญ ข้อดีของบัตรนี้คือไม่ต้องเข้าคิวซื้อตั๋ว,ไม่ต้องคิดมากเมื่อลงผิดสถานีก็ขึ้นใหม่เข้าๆออกๆขึ้นๆลงๆสนุกสนานและไม่เหลือเหรียญเศษเล็กเศษน้อยแบบซื้อตั๋วต่อเที่ยวให้มาเป็นภาระ นอกจากบัตรนี้จะใช้ได้กับ"MRT"แล้วยังใช้ได้กับรถเมล์และ"LRT"อีกด้วยคะ มีสถานีเดียวในสิงคโปร์ที่ใช้บัตรนี้ไม่ได้คือ"Sentosa Express" ซึ่งแยกออกมาต่างหากต้องซื้อบัตรใหม่อีก 4 เหรียญสิงคโปร์คะ

สิงคโปร์เป็นเมืองที่ค่าครองชีพสูงคือไปแล้วห้ามคิดมากคิดจุกจิกนั่นนี่ อาจพาลทำให้นอนไม่หลับท้องผูกเที่ยวไม่สนุก..5..5..5 ก่อนไปครั้งนี้ก็ซื้อหนังสือท่องเที่ยวสิงคโปร์มาอ่านเนื่องจากไม่มั่นใจ(ไว้จะเผาให้ฟังในภายหลัง..5..5..5)เพราะไม่ได้ไปมาตั้ง 6 ปี แต่พอหลังจากอ่านจบ..เสียดายตังนะ หาอ่านเอาในเนตข้อมูลยังจะอัพเดทซะกว่า ส่วนตัวช่วยในการไปเที่ยวแน่นอนสมัยนี้เขาไม่กางแผนที่กันแล้ว ไม่งั้นเราจะซื้อโทรศัพท์แพงๆมาทำซากอะไร?..ถ่ายหน้าตัวเอง?..ถ่ายหมา?..5..5..5 "Application"ที่จัดว่าดี(อาจมีดีกว่าแต่หายังไม่เจอ..5..5..5)สำหรับการไปสิงคโปร์ก็คือ"Explore Singapore"และ"Streetdirectory" โดยที่"Explore Singapore"นั้นคือแผนที่รถไฟใต้ดิน(MRT)สามารถใช้ได้กับโทรศัพท์ทุกประเภท ส่วน"Streetdirectory"นั้นเป็นแผนที่เมืองสิงคโปร์แบบละเอียดเพียงแค่กรอกชื่อสถานที่ลงไป แผนที่ก็จะแสดงตำแหน่งของจุดที่เราจะไปอย่างแม่นยำ อุ้ย..ยาวไปละ..ว่าจะเขียนสั้นๆแล้วเชียว..นี่ยาวจนจะพิมพ์เป็นพ๊อคเก็ตบุ๊คนำเที่ยวสิงคโปร์ได้แล้ว..5..5..5

Picture : Foxy Lady

ไม่มีความคิดเห็น:

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...