


ปีนี้เป็นปีของผมสี..เริ่มลามมาถึงคิ้วแล้ว "Balenciaga"มากับคิ้วสารพัดสีพาสเตลตามสีเสื้อในคอเลคชั่น ทั้งเขียว,ฟ้า,ชมพู,ส้มPicture : Style , Vogue UK



ปีนี้เป็นปีของผมสี..เริ่มลามมาถึงคิ้วแล้ว "Balenciaga"มากับคิ้วสารพัดสีพาสเตลตามสีเสื้อในคอเลคชั่น ทั้งเขียว,ฟ้า,ชมพู,ส้ม








หลายคนใจจดใจจ่อกับปารีส อีกไม่นานโชว์จะเริ่มขึ้นแล้ว หลายดีไซน์เนอร์มีภาพการฟิตติ้งครั้งสุดท้ายออกมาเผยแพร่ แม้ไร้เงาโชว์ของแมคควีนที่ตามข่าวว่าระงับไปแล้วโดยกระทันหัน แต่..ช้าแต่..เขาว่ากันว่ามี(ว๊าย..)งานแบบ"Presentation"จัดขึ้นในวันที่9ถึง10มีนาคม ส่วนจะจริงหรือไม่แล้วจะมีรูปออกมาให้ดูกันไหม? ดิฉันไม่ทราบค่ะคุณขา.. จากภาพบนลงมา"Chanel","Chloé","Dries Van Noten","Rick Owens",กระเป๋ากล่องจาก"Maison Martin Margiela",กระเป๋าทรงพิลึกจาก"Viktor & Rolf",ในซีซั่นนี้"Giles Deacon"คงให้ความสำคัญกับเครื่องประดับหัวเป็นพิเศษและ"Jean Paul Gaultier"กับของยอดฮิตซีซั่นนี้สีดำกับลายดอกไม้
ไกล้ออกแล้วอีกไม่กี่วัน หนังสือออกปีล่ะสองเล่มตามซีซั่นเล่มนี้สั่งซื้อ,จองได้ที่"Kinokuniya"สาขา"Isetan" น่าจะเป็นที่เดียวที่สั่งเข้ามาขาย สนใจโทรไปสั่งจองได้ที่เบอร์02-2559835ต่อแผนกหนังสือญี่ปุ่นค่ะ


รูปจากหนังสือ"J Book"เล่มเดือนกุมภาพันธ์ เป็นการประมวลความเป็นไปได้ของเทรนด์และไลฟ์สไตล์ที่น่าจะเป็นไปได้ของเกาหลีในหน้าร้อนนี้ เรื่องเทรนด์เป็นเรื่องที่คนนอก(คนซื้อ,ผู้บริโภค,นักออกแบบหน้าใหม่)อยากรู้ ส่วนคนใน(ดีไซน์เนอร์,โรงงาน,บายเออร์)..มาอีกแล้วทหารมาอีกแล้ว..ดอกไม้อีกแล้ว..สีดำอีกแล้ว นั่นคือความคิดต่อเทรนด์ที่แตกต่างกัน สำหรับคนกลุ่มนึงคือความแปลกใหม่ตื่นตาตื่นใจ ส่วนอีกกลุ่มกลับกลายเป็นความจำเจซ้ำซากและน่าเบื่อ มันไม่เคยมีอะไรใหม่จริงๆ..นี่เป็นเรื่องจริงค่ะ



หนังสือแฟชั่นชายของเกาหลี ไม่แน่ใจว่าเป็นแค่เล่มแรกและเล่มเดียวรึปล่าว เพราะที่เหลือที่เป็นแฟชั่นชายของเกาหลีมักเป็นหนังสืออย่างที่เรียกกันว่า"หัวนอก"อย่าง Arena ที่เคยเขียนถึงไป หนังสือ"J Book"ค่อนข้างเหมือน(อืม..ม..เจตนา)จะให้เป็น"Nylon's Guy"ฉบับเกาหลีที่ทำโดยเกาหลีเอง จะว่าก๊อปไหม..มันแน่ๆอยู่แล้ว แต่ว่ามือถึงไหม?ก็มือถึงน่ะค่ะ ถ้าจะก๊อปมันต้องดูแล้วน่าเชื่อถือหรือว่ามีการพัฒนาไปในทางที่เป็นของตัวเอง ราคาต่อเล่มอยู่ที่6,000วอน(ประมาณ196บาท)กับความหนา176หน้า ไปดูทั้งเล่มนี้และเล่มย้อนหลังไปได้ตามลิงค์ด้านล่างค่ะ โดยในเล่มใหม่นี้แฟชั่นก็ยังเน้นไปที่เทรนด์ทหารเหมือนกับตลาดโลกโดยทั่วไป






ดูโชว์ของดีไซน์เนอร์อิตาเลี่ยนแล้วเหมือนล้างตา ล้างตาจากนิวยอร์คแฟชั่นวีค.. อันที่จริงเสื้อผ้าดีไซน์เนอร์อิตาเลี่ยนไม่เคยสร้างความแปลกใหม่เสียด้วยซ้ำ ซ้ำๆซากๆเหมือนเสื้อผ้าโบราณแนวอนุรักษ์นิยม แต่กลับกุมเทรนด์ของโลกไว้ในมือ โดยเฉพาะเสื้อผู้ชายดีไซน์เนอร์ไหนๆชาติใดๆก็ดิ้นรนไปเดิน,ไปเปิดตัว,ไปขายของกันที่มิลาน ซึ่งตรงข้ามกับแฟชั่นของอเมริกาดูเรียบแต่ในนาทีเดียวกันกลับดูดิ้นรนอยู่ตลอดเวลา พยายามในการเป็นเมืองที่เป็นผู้นำแฟชั่นมาตลอด แต่ไม่เคยได้เป็น..เป็นได้แค่เมืองที่ขายของได้เท่านั้น งานของ"Antonio Marras"ในซีซั่นนี้รูปแบบเหมือนดัดแปลงมาจากเสื้อโบราณ,ดูป้า,ดูยาย..แต่สวยมากในรายละเอียดและการแมชวัสดุเนื้อต่างๆเข้าด้วยกัน ซีซั่นนี้ยุโรปให้ความสำคัญกับลายดอกไม้,ลูกไม้และสีดำมาก(ทั้งๆที่มันดูเป็นอารมณ์หน้าร้อน..) รอดูของประหลาด(ที่คาดว่ามี)จากปารีสค่ะ




อย่างที่เขียนไปในบทความที่แล้ว(ด้านล่าง) ดิฉันว่างานซีซั่นนี้ของ"Dolce & Gabbana"ค่อนข้างเรียบมาก เน้นงานที่เป็นเอกลัษณ์ของแบรนด์เสียเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะลูกไม้ดำและลายเสือขาดไปคงไม่ใช่แบรนด์นี้ ดิฉันชอบโชว์นี้มาก..ทั้งๆที่เรียบมากไม่มีอะไรเลย