แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ John Galliano แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ John Galliano แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563

From Runway To Customer


หนึ่งชุดจากการแสดงผลงานครั้งสุดท้ายของ"John Galliano"ที่ทำให้กับ"Christian Dior"จากฤดูกาล"Haute Couture Spring/Summer 2011"ที่มีลูกค้าได้นำออกมาขายผ่านทาง"Kerry Taylor Auctions"ในราคา 3,045,822 บาท 

ชุดที่ทางลูกค้านำออกมาทำการประมูลนั้นมีสีและรายละเอียดต่างจากชุดที่ใช้แสดงผลงาน โดยที่ตัวชุดยังคงใช้"Tulle"เป็นวัสดุหลักแต่เปลี่ยนสีจากเดิมที่เป็นฟ้าและพีชมาเป็นน้ำตาลและพีช จริงๆในคำบรรยายภาษาอังกฤษต้นฉบับอธิบายไว้ว่าสีชุดในการแสดงผลงานคือฟ้ากับชมพูและสีที่ลูกค้าสั่งมาคือน้ำตาลกับพีช แต่นี่ว่า..ชมพูกับพีชนั้นน่าจะเป็นสีเดียวกัน จริงๆมันควรจะเป็นสีเนื้อเสียด้วยซ้ำไป..5..5..5 ส่วนดอกไม้ที่ทำจากขนนกที่นำมาตกแต่งก็ย้อมสีตาม"Tulle"ไล่เฉดสีเข้มอ่อนต่างๆและมีการวางตำแหน่งของดอกไม้แตกต่างไปจากตัวที่ใช้ในการแสดงผลงาน

วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563

Maison Margiela's Fresh market

Haute Couture Spring/Summer 2020: Image Vogue

งานของ"John Gallianoที่ทำให้กับ"Maison Margiela"มักนำเอาชิ้นที่เคยแสดงผลงานในรูปแบบ"Haute Couture"มาใช้กับการแสดงผลงานในรูปแบบ"Ready-to-wear"ในฤดูกาลถัดมา อย่างเช่น" Instapump Fury Tabi"ที่เป็นการร่วมมือกันออกแบบกับ"Reebok"นั้นก็เคยใช้ในการแสดงผลงาน"Haute Couture Spring/Summer 2020"มาก่อนที่จะนำกลับมาใช้และวางจำหน่ายในการแสดงผลงาน"Ready-to-wear"ในฤดูกาล"Fall/Winter 2020-2021"

Fall/Winter 2020-2021: Image Vogue, Orchard Mile

เห็นหน้าตาคล้ายดูคล้ายเครื่องประดับที่โดนทำขึ้นมาเฉพาะกิจเพื่อประกอบในโชว์แบบนี้"Maison Margiela"ได้ผลิตออกมาวางจำหน่ายแบบจริงจังมาก บางชิ้นนั้นสามารถปรับแต่งให้เป็นได้ทั้งสร้อยคอและเป็นเข็มกลัด แน่นอนว่าราคาก็ไม่ใช่เล่นๆเช่นกันสร้อยที่ปรับเป็นเข็มกลัดได้ราคาอยู่ที่ประมาณ 32,930 บาท, เข็มกลัดนั้นมีหลายราคาโดยเริ่มต้นที่ประมาณ 16,840 บาทไปจนถึง 20,000 บาท, ส่วนต่างหูนั้นเริ่มต้นที่ 7,820 บาทไปจนถึง 9,625 บาท

วันศุกร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2563

Maison Margiela: Haute Couture Fall/Winter 2019-2020


L'Officiel Hommes Italia: January 2020

Maison Margiela Artisanal by John Galliano

Editor in Chief: Giampietro Baudo

Photographyand Creative Direction: Kito Muñoz

Styled: Luca Guarini

Light: Amets Iriondo

Retouch: Curro Verdugo

Production: The Royal Family Films

Image: Luca Guarini

วันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2555

วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555

The World's Most Influential 50 Fashion Designers


หนังสือชื่อยืดยาวว่า.."The World's Most Influential 50 Fashion Designers" เป็นหนังสือที่รวบรวมประวัติของดีไซน์เนอร์50คนที่มีอิทธิพลมากที่สุดในวงการแฟชั่น เป็นหนังสือที่พิมพ์ขึ้นในญี่ปุ่นฉะนั้น..ด้านในเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด..5..5..5 และใน50คนนั้นมีใครบ้างรายละเอียดไม่ได้บอกไว้ละเอียดนัก

หนังสือมีความหนาอยู่ที่192หน้า โดยจะออกวางจำหน่ายในวันที่7กันยายนปีนี้ ราคาอยู่ที่ประมาณ1,000กว่าบาทนิดๆ ไม่แพงน่ะ..ดิฉันว่า แต่ที่แย่คือทั้งหมดในเล่มเป็นภาษาญี่ปุ่นเนี่ยน่ะซิ..5..5..5 ส่วนการซื้อน่าจะต้องใช้สั่งเอาผ่านทางร้าน"Kinokuniya"สาขา"Isetan"


Picture : Fashionsnap , Details : Amazon

วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เราหวังอะไรจาก.."Christian Dior"

"Christian Dior" : Spring/Summer 1947 (First Collection)

เราหวังว่าจะได้ดูอะไรจาก"Christian Dior" เป็นบทความที่เขียนแก้กลุ้ม(บางคนอ่านแล้ว..อาจกลุ้มแทน) เขียนขึ้นหลายรอบตั้งแต่"Raf Simons"ยังไม่โดนเลือกเข้ามา..เขียนๆ..ลบๆ..ไม่มีใครได้อ่านหรอก..5..5..5 ว่ากันว่าคนช่างออกความเห็นนั้นมีอยู่สองอย่าง..รู้มาก..กับ..ไม่รู้อะไรเลย แล้วมนุษย์ส่วนใหญ่ก็มักเอาความคิดตัวเองเป็นหลัก(ก็แน่ล่ะซิย่ะ..5..5..5)

นี่ดิฉันกำลังจะเขียนอะไรเนี่ย?..บอกแล้วไงว่า.."แก้กลุ้ม"..5..5..5 ตั้งแต่มี"Christian Dior"มามีดีไซน์เนอร์ที่ถ้านับตัว"Christian Dior"ด้วยก็จะมีทั้งหมด7คน(นี่รวม"Raf Simons"แล้วน่ะ) แต่ล่ะคนมีแนวทางของตัวเอง ถ้าถามดิฉัน..ดิฉันว่ายุคของ"Marc Bohan"และยุคของ"Gianfranco Ferré"มีความเป็น"Christian Dior"น้อยมาก..หลุดวงโคจร..5..5..5 "Marc Bohan"นั้นมีแม้กระทั้ง"Christian Dior"ในแบบดีสโก้..คือทำเสื้อตามยุคสมัย "Gianfranco Ferré"นั้นก็ดู"Gianfranco Ferré"มากกว่าที่จะเป็น"Christian Dior" แหม..ก็ตอนนั้นมันยุคของ"Gianfranco Ferré"นี่นา ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นก็เพราะเหตุผลทางด้านการตลาด..ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น

"John Galliano" : Spring/Summer 1997 , "Raf Simons" : Fall/Winter 2012-2013

จริงๆทั้งในคอเลคชั่นของ"John Galliano"และ"Raf Simons"มีความเป็น"Christian Dior"ทั้งคู่ แต่อีกคนมัน..เออ..อ..เวรี่ แมคนั่ม..อุ๊ย..แมคซิมั่ม พอมาเจอกับอีกคนที่..เวรี่..มินิมอล..มันก็เลยแตกต่างกันสุดขั้ว(คำเช้ย..เชย..5..5..5) ถามว่าดิฉันชอบใครกว่ากัน..แหม..ก็"John Galliano"น่ะซิ คือถ้าตัดสไตล์ลิ่งออกไป..ตัดออกไปให้หมด..ให้เกลี้ยง..5..5..5 "John Galliano"นั้นมีชิ้นสวยๆที่สวยมากหลายตัว ส่วนของ"Raf Simons"..ดิฉันก็ไม่ได้เกลียดน่ะ แต่มันดูเหมือนคอเลคชั่นสุดท้ายที่ทำให้กับ"Jil Sander"มากเกินไป(ม้าก..ก..มาก) ทั้งสี,รูปทรง(ที่บางชุดแทบจะเหมือนกันเลย)..และยังดอกไม้อะไรนั่นอีก ดิฉันก็แค่ออกความเห็น..เพราะไม่ได้เป็นลูกค้า..5..5..5

Picture : Jalou Gallery , Style Bistro

วันพุธที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2555

จาก"จอห์น"..ถึง"มาร์ค"


5..5..5..ได้ข่าวว่าหมดค่ารถไฟไป 8 ล้านเหรียญเหรอย่ะ?..5..5..5

Picture : Corbis

วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2554

Dior Couture by Patrick Demarchelier


มีเรื่องให้ได้เสียเงินอีกแล้ว หนังสือเล่มใหม่ของ"Christian Dior"ที่เป็นการการรวบรวมผลงานภาพถ่ายจากฝีมือของช่างภาพที่ชื่อ"Patrick Demarchelier" ซึ่งไม่ใช่ภาพถ่ายทั่วไปแต่เป็นผลงานภาพถ่ายที่เป็นงาน"Haute Couture"ล้วนๆ ความหนาอยู่ที่256หน้าในราคา115เหรียญยูเอสหรือประมาณ3,482บาท โดยจะวางจำหน่ายในวันที่6ธันวาคมปีนี้ ดิฉันเชื่อว่า..ชื่อของ"John Galliano"คงตามหลอกหลอนใครบางคนไปอีกนาน..แสนนาน


Picture : Vogue

วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2554

John Galliano X Jean-Paul Gaultier

สามสาว..สามวัย..ปี94..จากซ้าย"Azzedine Alaia","Jean-Paul Gaultier"และ"John Galliano"

ข่าวโคมลอย..มีมาเรื่อยๆ..และเรื่อย เขียนทั้งวันก็ไม่หมด คล้ายๆไปนั่งร้านทำผม..นั่งร้านกาแฟ นินทากัน..ตั้งแต่เปิดยันปิดร้าน..5..5..5 นี่ก็ข่าวประจำวันนี้..ชั่วโมงนี้ อย่าไปอะไรมากกับข่าวแฟชั่น ว่ากันว่า(อีกแล้ว).."John Galliano"จะไปอยู่กับ"Jean-Paul Gaultier"..อ่ะจิงดิ..? ส่วน..เออ.."Marc Jacobs"คงไม่สนใจข่าวนี้เท่าใดนัก เพราะหมดเสี้ยนหนามไปแล้ว..ทางสะดวก..5..5..5 ป่านนี้คงนั่งเปิดหนังสือตัดรูปโชว์ของดีไซน์เนอร์คนอื่นมานั่งแปะทำ"Lookbook"เอาไว้ทำ..Dior..5..5..5

Picture : Corbis

วันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Le XVIIIème au Goût du Jour


อีกหนึ่งนิทรรศการที่ใหญ่..แต่เล็ก แหม..ก็สื่ออเมริกันเขาลงแค่นิดเดียว ก็..ไม่ได้มาจัดที่"The Metropolitan Museum of Art"นิวยอร์คนี่นา จะให้ข่าวใหญ่ได้ยังไง..5..5..5 สมัยนี้บางที"เนื้องาน"ไม่สำคัญนัก..สู้การ"โปรโมท"ไม่ได้ เราสามารถเอางาน"Haute Couture"มาลดค่าลงให้กลายเป็น"เสื้อการกุศล"ด้วยการนำเสนอ ในขณะเดียวกันเราก็สามารถนำเอา"สิ่งที่ไร้ค่า"มานำเสนอในแบบ"เกินจริง" จนคนที่เสพสื่อด้านเดียวจากที่เดียวเชื่อว่ามันเป็นแบบนั้น


คนอเมริกันบางคน(แหม..อย่าถึงขั้นให้ดิฉันต้องระบุตัวเลขหรือชื่อเลย..5..5..5)มักกระแหนะกระแหนแฟชั่นยุโรปว่า"เกินจริง"และ"ฟุ่มเฟือย" แต่ในขณะเดียวกันดีไซน์เนอร์อเมริกันอีกหลายคน..กลับต้องลากสังขารไปเสนอผลงานที่ยุโรป เพื่ออะไร?..ในเมื่อว่าเขาว่ายุโรป"เกินจริง" จะให้คนยุโรปยอมรับเสื้อผ้าแบบ"สามัญ"ของดีไซน์เนอร์อเมริกัน?

"Yohji Yamamoto" : ซ้าย : Fall/Winter 2003-2004 , ขวา : Fall/Winter 2000-2001

ซ้าย : "Madame Deshayes" ในช่วงปี 1877-1882 , ขวา : "Boué Soeurs" Fall/Winter 1925-1926

เดี๋ยวจะกลายเป็นว่านินทาอย่างเดียวจนลืมเขียนถึงเรื่องนิทรรศการ แหม..ก็มันคันมือนี่นา..5..5..5 งานนิทรรศการ"Le XVIIIème au Goût du Jour"หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า"The 18th Century Back in Fashion" จัดแสดงขึ้นที่"Grand Trianon"ในพระราชวัง"Versailles" ในระหว่างวันที่8กรกฏาคมถึงวันที่9ตุลาคม2011

"Christian Dior" Haute Couture : ซ้าย : Spring/Summer 2011 , ขวา : Fall/Winter 2007-2008

ซ้าย : ชุดในช่วงปี 1755-1760 , ขวา : ชุดในช่วงปี 1850-1853

งานนี้จัดแสดงถึงเสื้อผ้าในหลายๆยุคที่ได้รับอิทธิพลมาจากเสื้อผ้าในศตวรรษที่18(ค.ศ. 1701-1800) มีทั้งเสื้อแบบ"Prêt-à-Porter"ไปจนถึงเสื้อผ้าแบบ"Haute Couture" ซึ่งถ้าดูจากในรูปหลายๆคนคงมองว่ามันดูเป็น"Haute Couture"ไปหมดซ่ะทุกชุด เพราะบางชุดของหลายดีไซน์เนอร์ดูจะเกินความหมายของแบบที่เรียกได้ว่า"Prêt-à-Porter"ไปสักหน่อย ก็นี่แหละ..ยุโรป

"Thierry Mugler" 
ซ้าย : Prêt-à-Porter Spring/Summer 1992 
ขวา : Prêt-à-Porter Fall/Winter 1992-1993

"Azzedine Alaïa" Prêt-à-Porter Spring/Summer 1992

เสื้อผ้าที่นำมาโชว์ทั้งหมดมีจำนวน50กว่าชุด(รายละเอียดมันคือ50บ้าง,56บ้าง..?) โดยมีทั้งเสื้อผ้าที่เป็นชุดจริงๆจากศตวรรษที่18 และเสื้อผ้าจากหลากหลายดีไซน์เนอร์ของศตวรรษที่20 โดยการจัดโชว์ไม่ได้แบ่งตามชื่อของดีไซน์เนอร์ หรือยุคของเสื้อผ้า แต่เท่าที่ดูด้วยสายตาน่าจะแบ่งเป็นกลุ่มๆ โดยในหนึ่งกลุ่มมีทั้งเสื้อเก่าและเสื้อใหม่ โชว์เน้นไปที่ความต้องการให้เห็นว่าเสื้อผ้าโบราณมีอิทธิพลต่อนักออกแบบรุ่นใหม่ๆอย่างไรบ้าง

ซ้ายและขวาเป็นเสื้อผ้าในช่วงปี 1750-1760

ซ้าย : "Alexander McQueen" Givenchy Haute Couture Fall/Winter 1999-2000
ขวา : "Vivienne Westwood" Fall/Winter 1995-1996

Picture & Details : Vogue

วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2554

Christian Dior : Inspiration Dior


"Alexander McQueen"ไปแล้ว..ก็ควรต่อด้วย"John Galliano" ถึงแม้ไม่ใช่นิทรรศการของ"John Galliano"โดยตรงก็เถอะ คงไม่มีใครปธิเสธผลงานที่"John Galliano"ที่ทำไว้ที่"Christian Dior"ในยุครุ่งเรืองได้ ถึงแม้"John Galliano"จะจากไปจาก"Christian Dior"แล้วก็ตาม งานนี้ผลงานของ"John Galliano"ก็โดนจัดไว้อย่างสวยงามไม่มีที่ติ


พูดถึงผลงานของดีไซน์เนอร์อังกฤษ ดิฉันว่าหลังๆมาโดนคนไทย(บางคน)ที่ไม่รู้เรื่องเขียนวิจารณ์ดีไซน์เนอร์และวงการแฟชั่นของอังกฤษแบบผิดๆ ถ้าเป็นรายบุคคลเขียนถึงในแง่การนึกคิดของตัวเองก็ว่าไปอย่าง แต่บางทีกลับออกมาจากหนังสือพิมพ์รายใหญ่ ดิฉันไม่ค่อยแน่ใจนักว่าบุคคลเหล่านี้เอาความคิดหรือหลักฐานมาจากอะไร อือ..แต่ก็ช่างเถอะหลังๆมานี่ใครๆก็พยายามจะเขียนเรื่องแฟชั่นกัน คนรู้มักไม่เขียน..คนเขียนมักไม่ค่อยรู้(เช่นดิฉันเป็นต้น..5..5..5)


งานนิทรรศการ"Inspiration Dior"จัดขึ้นที่"The Pushkin Museum of Fine Arts"กรุงมอสโคว์,ประเทศรัสเซีย ในระหว่างวันที่28เมษายนถึง24กรกฎาคมปีนี้ โดยตัวนิทรรศการพูดถึงแรงบันดาลใจจากสิ่งต่างๆที่มีผลต่อคอเลคชั่นของ"Christian Dior" ตัวนิทรรศการดูใหญ่มาก..มาก..จนน่าบินไปดู

Picture : WWD