แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Singapore แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Singapore แสดงบทความทั้งหมด
วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2556
Singapore : Shopping & Dining
มาต่อกันอีกนึดนึง..นิดนึงจริงๆ..5..5..5 ว่ากันด้วยเรื่องซื้อของและเรื่องกิน คราวนี้ที่ไปทัวร์จากเมืองจีนค่อนข้างเยอะ..หนาแน่น..ใครที่ทนทัวร์จีน(หมายถึงจีนแท้ๆต้นฉบับที่ไม่ใช่ฮ่องกงหรือใต้หวัน)ไม่ได้ควรมีขันติ..5..5..5 ทั้งเรื่องมารยาทและความสะอาดคนชาตินี้ได้ไป 100 คะแนนเต็ม แต่เป็น 100 คะแนนในทางด้านลบนะ..5..5..5 ตามห้างและโรงแรมใหญ่ๆจะเต็มไปด้วยทัวร์จากเมืองจีนมาลง ลงกันแบบเป็นกองทัพ มากันหมดขุนศึกตระกูลหยางตั้งแต่อาม่า,อากง,โซ้ยอี้,โซ้ยเจ็ก,อาตี๋,อาหมวย และมาพร้อมระบบเสียงสเตอริโอดอลบี้ 800 หลอด ไม่ว่าศูนย์การค้านั้นจะระดับเอลิสต์เพียงใด..ทัวร์จากจีนจะสามารถลดเกรดศูนย์การค้านั้นให้เหลือเพียงแค่ตลาดนัดท้ายซอยได้..5..5..5
That CD Shop : ร้านขายซีดีและดีวีดีที่หายากขึ้นทุกวันในยุคที่นิยมการโหลดทั้งถูกต้องและไม่ถูกต้อง ร้าน"That CD Shop"นั้นตามสายตาของดิฉันเพลงดีกว่าร้าน"HMV"ที่ขายสินค้าในประเภทเดียวกัน โดยเฉพาะเพลง"Dance"และเพลงแบบ"Lounge" โดยเฉพาะเพลงแบบ"Lounge"ทาง"That CD Shop"มีการออกแผ่นเป็นของตัวเองด้วย และแน่นอน..แพง
Orchard : ถนนชอปปิ้งชื่อดังของสิงคโปร์ ไม่ได้ไปหลายปีเปลี่ยนไปจนงง หลายตึกยังอยู่ที่เดิมแต่ได้รับการตกแต่งใหม่จนจำตึกเดิมไม่ได้ เป็นถนนที่มีห้างเยอะที่สุด,ร้านเยอะที่สุด,กะเทยหนาแน่นที่สุด(5..5..5)ในสิงคโปร์ แต่..ร้านไม่ค่อยต่างจากกรุงเทพนักดังที่เขียนไว้ในบทความที่แล้ว
The Shoppes at Marina Bay Sands : ศูนย์การค้าใหญ่ยักษ์หรูหราห้าดาวระดับเอลิสต์(แต่ทัวร์จีนเยอะมาก..5..5..5) ใครชอบของแพง,ของใหญ่,ของดัง..เชิญที่นี่คะ แต่ละร้านของแต่ละแบรนด์ใหญ่สุดลูกหูลูกตา อย่าเอาขนาดร้านแบรนด์เดียวกันตามพารากอน,เกษรหรือเอราวัณไปเปรียบเทียบ คนละรุ่นคนละไซส์ แต่ร้านส่วนใหญ่นั้นยังเปิดไม่ครบ น่าจะเป็นปี 2014 ไปแล้วที่น่าจะเปิดครบหมดทั้งหมด
Tim Ho Wan : ร้านที่ขายเฉพาะติ่มซำที่เขาว่าดังนักหนามาจากฮ่องกง ร้านดัง,เล็กและแพงคนแน่นมากต้องเล่นเก้าอี้ดนตรีแถมคิวยาวจนถ้าหิวมากๆอาจทนรอไม่ได้ จากที่ได้ไปกินก็อร่อยนะ..แต่ไม่ใช่ที่สุด เพราะเคยไปฮ่องกงแล้วเจ้านายเก่าพาไปกินอร่อยกว่านี้..กว่าแบบหลายเท่า
Ng Ah Sio : ร้านขายบักกุ๊ตเต๋ชื่อดังของประเทศนี้ จริงๆนี่คือจุดนึงเลยนะที่ต้องไปสิงคโปร์ครั้งนี้ เพราะต้องพาคนสำคัญไปกิน เพราะลองค้นหาดูหลายครั้งแล้วทั้งจากเวปไทยและเวปสิงคโปร์เองเขาก็ว่าร้านนี้ดีที่สุด แน่นอนแพงและแน่น แต่คงด้วยบารมีของคนสำคัญที่ไปด้วยกัน ไปถึงก็ได้นั่งและได้อาหารเลยเหมือนเสกเหมือนดีดนิ้ว
กรี๊ด..ด..ด..ด..เขียนยาวอีกแล้ว..ว..ว..ว แหมนะคนมันบ้าน้ำลายคุยแล้วคุยไม่หยุดเขียนแล้วเขียนไม่จบ..5..5..5 ที่เขียนมาก็ใช่ว่าจะทั้งหมดแต่เป็นที่ที่ได้ไปมาแล้วมากกว่า ลองเข้าไปอ่านดูได้จากตามลิงค์ที่ใส่ไว้ด้านหน้า รวมไปถึงลองเข้าไปหาอ่านบทความภาษาอังกฤษที่แนะนำร้านและสถานที่ต่างๆที่ได้รับความนิยมในสิงคโปร์ได้ในเวปนี้คะ"The Best Singapore"
Picture : Foxy Lady
Singapore
หายไปทำธุระ(ที่ไม่ได้เกี่ยวกับธุระกิจแฟชั่นใดๆ)ที่สิงคโปร์มา 3 วัน หลังจากที่ไปสิงคโปร์ครั้งสุดท้ายเมื่อ 6 ปีที่แล้ว สิงค์โปร์ในปี 2013 เปลี่ยนไปหลายอย่างมีทั้งด้านดีและไม่ดี ต้นไม้และแลนด์สเคปเมืองนี้ยังคงสวยหรือสวยมากกว่าเดิม คงมีแต่งบประมาณอย่างเดียวไม่ได้ต้องมีใจรักและรสนิยมด้วย ไม่ใช่มีสวนหย่อมแล้วปล่อยให้หญ้าตายขยะเกลื่อนแบบบางประเทศ..5..5..5
มาๆ..ไปเที่ยวสิงคโปร์กับดิฉันแบบสั้นๆกันคะ ห้างส่วนใหญ่แบรนด์แทบ..ไม่มีแบรนด์อะไรแตกต่างไปจากเมืองไทย แต่แตกต่างกันด้วยขนาดพื้นที่ของร้าน,การบริการและจำนวนของสินค้า บางอย่าง..บางแบรนด์..แพงกว่าเมืองไทยเป็นพันก็มี ซึ่งน่าจะเกิดจากที่สินค้าแบรนด์นั้นๆทางสิงคโปร์ไม่ได้เป็นผู้นำเข้าเอง แต่ที่ดีกว่าจนไม่สามารถยกเอาเรื่องราคาที่แพงกว่าขึ้นมาอ้างได้ก็คือจำนวนของสินค้าและการบริการ พนักงานส่วนใหญ่หน้าตาสวยงาม..แม้จะไม่เท่าเกาหลีก็เถอะ พูดเพราะ,ภาษาอังกฤษดีไม่ได้เป็นอังกฤษสำเนียงสิงคโปร์แบบสมัยก่อน แล้วสินค้าส่วนใหญ่ที่ได้เห็นหลายๆแบรนด์จะมีครบสี,ครบไซส์และจะมีชิ้นใหม่แกะกล่องให้ลูกค้าเสมอ ไม่ใช่แบบว่า..มีเข้ามาชิ้นเดียว,สีเดียวหรือเหลือชิ้นสุดท้ายที่โชว์แล้วคะ..นี่ขายลูกชิ้นปิ้งเหรอยะหล่อน..5..5..5 สินค้าที่จะทำการขอคืนภาษี(GST Refund)ได้ต้องมีราคาตั้งแต่ 100 เหรียญสิงคโปร์(99.95 ก็ไม่ได้คะ..5..5..5) โดยสินค้าที่ต้องการคืนภาษีต้องนำตัวสินค้าไปแสดง(สำแดง?..อะไรซัมติง)ที่เคาน์เตอร์"GST Refund"ก่อนทำการเช็คอินที่สนามบินด้วยคะ
โรงแรมส่วนใหญ่และสนามบินมี"Wi-Fi"ให้ใช้ฟรี โดยที่สนามบิน"Changi"นั้นไม่ต้องใช้"ID"และ"Password"ใดๆเหมือนกับในโรงแรม เพียงแค่เปิด"Wi-Fi"แล้วเลือก"#Wi-Fi@Changi"ก็สามารถใช้ได้เลย โดยความเร็วนั้น..เร็วกว่าของ"Dtac"ที่เสียเงินใช้อยู่เสียอีก..5..5..5 ถ้าไปไหนมาไหนไม่หยุดแบบว่าออนทัวร์รอบเกาะแล้วไปคนเดียวในระยะเวลา 3 วัน 2 คืนควรซื้อบัตร"Singapore Tourist Pass" เพราะขึ้นได้ไม่จำกัดจำนวนเที่ยวในระยะเวลา 3 วัน โดยบัตร"Singapore Tourist Pass"สำหรับ 3 วันอยู่ที่ราคา 30 เหรียญสิงคโปร์(มีให้เลือกแบบ 1 และ 2 วันด้วยคะ) ซึ่งสามารถนำบัตรไปคืนได้ในวันกลับและจะได้รับค่ามัดจำบัตรคืน 10 เหรียญ ข้อดีของบัตรนี้คือไม่ต้องเข้าคิวซื้อตั๋ว,ไม่ต้องคิดมากเมื่อลงผิดสถานีก็ขึ้นใหม่เข้าๆออกๆขึ้นๆลงๆสนุกสนานและไม่เหลือเหรียญเศษเล็กเศษน้อยแบบซื้อตั๋วต่อเที่ยวให้มาเป็นภาระ นอกจากบัตรนี้จะใช้ได้กับ"MRT"แล้วยังใช้ได้กับรถเมล์และ"LRT"อีกด้วยคะ มีสถานีเดียวในสิงคโปร์ที่ใช้บัตรนี้ไม่ได้คือ"Sentosa Express" ซึ่งแยกออกมาต่างหากต้องซื้อบัตรใหม่อีก 4 เหรียญสิงคโปร์คะ
สิงคโปร์เป็นเมืองที่ค่าครองชีพสูงคือไปแล้วห้ามคิดมากคิดจุกจิกนั่นนี่ อาจพาลทำให้นอนไม่หลับท้องผูกเที่ยวไม่สนุก..5..5..5 ก่อนไปครั้งนี้ก็ซื้อหนังสือท่องเที่ยวสิงคโปร์มาอ่านเนื่องจากไม่มั่นใจ(ไว้จะเผาให้ฟังในภายหลัง..5..5..5)เพราะไม่ได้ไปมาตั้ง 6 ปี แต่พอหลังจากอ่านจบ..เสียดายตังนะ หาอ่านเอาในเนตข้อมูลยังจะอัพเดทซะกว่า ส่วนตัวช่วยในการไปเที่ยวแน่นอนสมัยนี้เขาไม่กางแผนที่กันแล้ว ไม่งั้นเราจะซื้อโทรศัพท์แพงๆมาทำซากอะไร?..ถ่ายหน้าตัวเอง?..ถ่ายหมา?..5..5..5 "Application"ที่จัดว่าดี(อาจมีดีกว่าแต่หายังไม่เจอ..5..5..5)สำหรับการไปสิงคโปร์ก็คือ"Explore Singapore"และ"Streetdirectory" โดยที่"Explore Singapore"นั้นคือแผนที่รถไฟใต้ดิน(MRT)สามารถใช้ได้กับโทรศัพท์ทุกประเภท ส่วน"Streetdirectory"นั้นเป็นแผนที่เมืองสิงคโปร์แบบละเอียดเพียงแค่กรอกชื่อสถานที่ลงไป แผนที่ก็จะแสดงตำแหน่งของจุดที่เราจะไปอย่างแม่นยำ อุ้ย..ยาวไปละ..ว่าจะเขียนสั้นๆแล้วเชียว..นี่ยาวจนจะพิมพ์เป็นพ๊อคเก็ตบุ๊คนำเที่ยวสิงคโปร์ได้แล้ว..5..5..5
Picture : Foxy Lady
วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
Cruise 2014 : Chanel
Singapore : คงไม่มีมุมจากกล้องใดของสื่อไหนที่สร้างความเสียหายและขบขันของโชว์"Chanel"คอเลคชั่นนี้ได้เท่ากับของช่างภาพที่มีชื่อว่า"Desmond Wee"จากสิงคโปร์ โดยเฉพาะภาพในช่วง"Finale"ที่ดูสับสนวุ่นวายขาดระเบียบและมารยาทเกินกว่าที่โชว์ครั้งใดๆของ"Chanel"จะเคยมีมา..5..5..5
Picture : The Straits Times
วันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2555
วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2554
Abercrombie & Fitch : Singapore Store Models
เห็นออกข่าวเหยงๆว่าจะเปิดฮ่องกง แต่ไหงมาเปิดสิงค์โปร์ก่อนได้..ขี้เกียจงงธุระไม่ใช่..5..5..5 อาจจะเป็นไปได้ว่า..เพราะที่นี่คือ"ดินแดนแห่งกะเทยอเบอครอมบรี้..รี้..แห่งฟากโลกตะวันออก" ต้องรีบเปิด..เพราะในเอเซียนี้ไม่มีกะเทยที่ไหน..ประเทศใด..ใส่เสื้อผ้า.."อเบอครอมบรี้..รี้.."เยอะเท่ากับกะเทยสิงค์โปร์อีกแล้ว มันช่างตรงกลุ่มเป้าหมายอะไรเช่นนี้
ว่าแต่..ทำไมวันแถลงข่าวนายแบบสิงค์โปร์..ถึงหาแทบไม่เจอในรูป? นายแบบสิงค์โปร์น้อยจนแทบมองไม่เห็น อะไรคือสาเหตุน่ะ..ก.คนเอเซียใส่"Abercrombie"ไม่สวย..5..5..5 ข.นายแบบสิงค์โปร์หน้าตาไม่ผ่าน..5..5..5 ค.คนสิงค์โปร์ชอบดูนายแบบฝรั่งมากกว่านายแบบชาติตัวเอง..5..5..5 ตอนที่แถลงข่าวสาขาที่ญี่ปุ่นยังใช้นายแบบญี่ปุ่นจำนวนเยอะมากกว่านี้ หรือว่า..เอ..ดิฉันเข้าใจผิด จริงๆคือนายแบบฝรั่งพวกนี้คือคนสิงค์โปร์?..5..5..5
Picture : Abercrombie & Fitch Singapore , Ernie Pac
วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
AFX Top Fashion Bloggers Contest 2011 : The Winner
แอบประกาศกันไปแล้วอย่างเงียบๆ..จุ๊..จุ๊..อย่าเอ็ดไปเดี๋ยวคนอื่นได้ยิน..5..5..5 ถ้าไม่มีคนแอบ(ต้องแอบน่ะ..อย่ากระโตกกระตาก)มาบอก..ดิฉันคงไม่รู้เรื่อง จริงๆเขาก็บอกต่อกันมาเป็นทอดๆ ทำไมต้องแอบเนอะ..เงียบขนาดCIAยังหาข่าวไม่เจอ..5..5..5
ผู้ชนะจาก 4 ประเทศมีดังนี้ค่ะ
Hisyam Khalid (Malaysia) - hisyamkhalid
Tria Zaluska (Indonesia) - ladymitroz
Nasit Wankhwan (Thailand) - houseofalexandul
Tarandip Kaur (Singapore) - fashstash
ป.ล. มีคนถามว่าทำไมดิฉันไม่ส่งประกวด ตอบ..ดิฉันไม่สามารถทำตามกฎของกองประกวดได้ทั้งหมดค่ะ(5..5..5..และดูเป็นนางสาวไทย)
Details : Dodo
วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2554
AFX Top Fashion Bloggers Contest 2011
สำหรับผู้ที่สนใจเข้าประกวดสุดยอดบล็อกเกอร์ด้านแฟชั่นแห่งเอเชีย จะต้องเป็นบล็อกเกอร์ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี และมีประวัติเขียนบล็อกอย่างต่อเนื่องมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน ผู้ที่ชนะการประกวดจะได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าชมงานในทุกส่วน และได้เขียนลงในบล็อกของตนเองเกี่ยวกับประสบการณ์ที่ได้สัมผัสกับงานระดับโลกนี้ รวมถึงการได้สัมภาษณ์สุดยอดดีไซเนอร์ และคนดังในวงการแฟชั่นต่าง ๆ มากมาย
สุดยอดเทศกาลแฟชั่นแห่งภูมิภาค Asia Fashion Exchange (AFX) ประกาศเปิดการแข่งขันครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี ตามล่าหา 4 สุดยอดบล็อกเกอร์จากประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และประเทศไทย มาประดับวงการแฟชั่นแห่งภูมิภาค
ผู้ที่ชนะเลิศการประกวด AFX Top Fashion Blogger Competition ในปีนี้จะถูกคัดเลือกจากความชัดเจน ความโดดเด่น รู้ลึก รู้จริง และความเห็นที่เป็นตัวของตัวเองเกี่ยวกับวงการแฟชั่น ในการสื่อผ่านบล็อกว่าทำไมตนเองจึงควรได้เป็นหนึ่งในเทศกาลแฟชั่นแห่งภูมิภาคนี้ ผู้ที่ชนะการประกวดจะได้รับแหวน Debonair สุดเก๋จาก ลีฮวาจิวเวลรี่ (Lee Hwa Jewellery) และบัตรเข้าชมงานในทุกส่วนของ AFX ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-12 พฤษภาคมนี้ที่ประเทศสิงคโปร์ นอกเหนือไปจากรางวัลเหล่านี้แล้ว บล็อกเกอร์คนเก่งจากประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และประเทศไทยยังจะได้บินลัดฟ้ากับสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ไปยังประเทศสิงคโปร์ และเช็คอินเข้าพักในโรงแรมสุดหรู แฟร์มองต์โฮเต็ล
วิธีที่คุณสามารถส่งบล็อคเข้าร่วมงาน : AFX Top Fashion Bloggers Contest 2011
1 ส่งที่อยู่บล็อกของคุณมาที่ editor@mediacorp.com.sg โดยหมดเขตส่งในวันจันทร์ที่ 25 เมษายน 2011 ระบุคำว่า"AFX Blogger Contest"เป็นหัวข้อเรื่อง
2 ในเมล์กรุณาอธิบายเหตุผลที่คุณเลือกที่จะมางาน AFX (ในภาษาอังกฤษ)
3 คุณสามารถส่งบล็อกที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ (ในภาษามาเล,บาฮาซา,อินโดนีเซียหรือภาษาไทย) แต่ในบล็อกจะต้องมีบทความภาษาอังกฤษในเหตุผลที่คุณอยากเข้าร่วมงาน AFX
4 กรุณาลงชื่อ,เบอร์โทรศัพท์และที่อยู่อีเมลของคุณ เพื่อการติดต่อกลับ (ในภาษาอังกฤษ)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :
คุณ จุไรกาญจน์ ตระกูลเวช
บริษัท มีเดีย พลัส คอนเนคชั่น ตัวแทนประชาสัมพันธ์ การจัดงาน Asia Fashion Exchange 2011
โทร: 081-989 5459 , อีเมล์: : jt.mediaplusconnection@gmail.com
วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2554
Singapore : Men's Fashion Week 2011 "Issue"
Singapore : Men's Fashion Week 2011
วันนี้ขณะที่สี่สาวต่างวัยกำลังนั่งกินเครื่องในทั้งหมู..ทั้งวัว แลดูคล้ายหมู่บ้านผีปอป..5..5..5 ทันใดนั้นก็มีคนเปิดหัวข้อเพื่อช่วยในการเจริญอาหาร แน่นอนคงไม่พ้นเรื่อง"Men's Fashion Week 2011"ที่สิงค์โปร์ มีทั้งคนบอกว่างาม..และมีคนบอกว่าแย่(แน่นอนคนหลังไม่ใช่อื่นไกล..ดิฉันเอง..5..5..5) ซึ่งปอป..ว๊าย..ไม่ใช่..คนที่เหลือก็ถามกันว่า.."ทำไมล่ะเจ๊?" พอจะมีเหตุผลได้ดังนี้ที่ไม่ชอบค่ะ
ดิฉันไม่ชอบ"สไตล์ลิ่ง"ในหลายๆโชว์ จากรูปที่ได้ดูไม่ครบทุกโชว์.."แมคควีน"น่าจะ..น่ากลัวมากที่สุด ถึงแม้จะเป็นแค่กางเกงในไม่ใช่ชุดในคอเลคชั่นก็เถอะ น่าจะรักษาคอนเซปไว้บ้าง แต่ก็ไม่แน่..นี่อาจจะเป็นคอนเซปใหม่ที่"Sarah Burton"แฟ๊กซ์ส่งมาให้ทำก็ได้..5..5..5
โชว์กางเกงในชาย..เยอะเป็นพิเศษมีหลายแบรนด์ สไตล์ลิ่งสุดสยองแทบทุกแบรนด์ โชว์ของ"2xist"พร็อบที่ประกอบแลดูคล้าย.."ซุปเปอร์ฮีโร่"..แบบตกอับ อืม..ม..ถ้ายิ่งได้รูปเยอะๆ ท่าโพสของนายแบบยิ่งทำให้ชุดเพิ่มความสยดสยองมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว
อืม..ม..ไม่ใช่ว่าเสื้อผ้าธรรมดาหรือคล้ายตลาดล่างเมืองเรา แล้วเอาไปอัดด้วยสไตล์ลิ่งแรงๆแล้วมันจะช่วยให้ดูดีขึ้นได้ ดีไม่ดีมันอาจจะพบกับความหายนะแบบที่แบรนด์"Jail Jeans"จากฟิลิบปินส์ที่กำลังประสบอยู่แบบในรูปด้านบน ตราบใดที่เราไม่ใช่"Viktor & Rolf"หรือ..."Nicola Formichetti" ความแรงไม่ใช่การแก้ปัญหาหรือทางออกสุดท้ายเสมอไปค่ะ ถ้ามองย้อนกลับไปดูงานดีๆของโชว์เสื้อผ้าผู้ชายทั้งที่มิลานและนิวยอร์ค คุณจะพบความเรียบง่ายและดูดี,มีเทส(คำศัพท์คำหลังนี้สิงค์โปร์ไม่น่ามีคำแปล)
Alexander McQueen (Underwear)
ดิฉันไม่ชอบ"สไตล์ลิ่ง"ในหลายๆโชว์ จากรูปที่ได้ดูไม่ครบทุกโชว์.."แมคควีน"น่าจะ..น่ากลัวมากที่สุด ถึงแม้จะเป็นแค่กางเกงในไม่ใช่ชุดในคอเลคชั่นก็เถอะ น่าจะรักษาคอนเซปไว้บ้าง แต่ก็ไม่แน่..นี่อาจจะเป็นคอนเซปใหม่ที่"Sarah Burton"แฟ๊กซ์ส่งมาให้ทำก็ได้..5..5..5
2xist
โชว์กางเกงในชาย..เยอะเป็นพิเศษมีหลายแบรนด์ สไตล์ลิ่งสุดสยองแทบทุกแบรนด์ โชว์ของ"2xist"พร็อบที่ประกอบแลดูคล้าย.."ซุปเปอร์ฮีโร่"..แบบตกอับ อืม..ม..ถ้ายิ่งได้รูปเยอะๆ ท่าโพสของนายแบบยิ่งทำให้ชุดเพิ่มความสยดสยองมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว
Jail Jeans (Philippine)
อืม..ม..ไม่ใช่ว่าเสื้อผ้าธรรมดาหรือคล้ายตลาดล่างเมืองเรา แล้วเอาไปอัดด้วยสไตล์ลิ่งแรงๆแล้วมันจะช่วยให้ดูดีขึ้นได้ ดีไม่ดีมันอาจจะพบกับความหายนะแบบที่แบรนด์"Jail Jeans"จากฟิลิบปินส์ที่กำลังประสบอยู่แบบในรูปด้านบน ตราบใดที่เราไม่ใช่"Viktor & Rolf"หรือ..."Nicola Formichetti" ความแรงไม่ใช่การแก้ปัญหาหรือทางออกสุดท้ายเสมอไปค่ะ ถ้ามองย้อนกลับไปดูงานดีๆของโชว์เสื้อผ้าผู้ชายทั้งที่มิลานและนิวยอร์ค คุณจะพบความเรียบง่ายและดูดี,มีเทส(คำศัพท์คำหลังนี้สิงค์โปร์ไม่น่ามีคำแปล)
Picture : Zimbio
วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
Second Issue @ Singapore

เดินจบไปตั้งนานแล้วที่ดิฉันไม่ได้ลงรูปเพราะ..เพราะ..หารูปถูกใจไม่ได้(5..5..5)ดิฉันเป็นคนเรื่องเยอะ ไม่สวยแล้วยังมากเรื่อง วันนี้เพิ่งได้เห็นรูปในบทความของNY Timesที่ดูแล้วแปลกใจ ไม่รู้ว่าเขาเขียนประชดงานหรือชม(5..5..5) โดยบทความสั้นๆเขียนไว้ว่า"The Audi Fashion Festival in Singapore opened with a show of Dsquared and closed with Roberto Cavalli making it… the Milan of the East?" มิหนำซ้ำภาพประกอบบทความยังมีแต่ภาพของแบรนด์ไทยอย่าง"Second Issue" ความพยายามของสิงค์โปร์คราวนี้ดูจะไร้ผลหรือผิดวัตถุประสงค์ต้องคอยดูกันต่อไปPicture @ thaicatwalk.com : Singapore Fashion Week 2010
วันพฤหัสบดีที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2553
Thai Designer @ Singapore Fashion Getaway
Wednesday 28 April 201021.30 : Second Issue (Issue New Line)
Thursday 29 April 2010
12.00 : Greyhound , Curated by Ek Thongprasert
14.00 : Second Issue , Munchu’s , Chai Red , Sanshai
Location : Pit Building , Republic Boulevard , Singapore
Link : Singapore Fashion Gateway
วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2552
Bershka @ Singapore




"Bershka"เสื้อในเครือของบริษัท"Inditex"(Zara) จะเปิดที่สิงค์โปร์เป็นที่แรกในเอเซียแต่ตามข่าวยังไม่ได้ระบุค่ะว่าที่ไหน แต่ถ้าจะให้ดิฉันเดาแบบสุ่มๆก็น่าจะเป็นที่"ION"(บทความด้านล่าง) เพราะสิงค์โปร์เปิดห้างใหม่ทีไรมักมีแบรนด์ใหม่ๆนำเข้ามาทุกครั้งลิงค์ที่เกี่ยวข้อง : bershka
วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2552
ION : Orchard , Singapore

เผยแพร่บทความ


ห้างใหม่(อีกแล้ว)บนถนน"Orchard"ในสิงค์โปร์ชื่อว่า"ION"(คงเป็นคำย่อ..แต่จากคำว่าอะไรหาไม่เจอค่ะ) แน่นนอนเอาไว้ช้อปปิ้งตอนนี้ยังไม่เปิดเลยยังไม่มีชื่อร้านค้าว่าจะมีแบรนด์อะไรใหม่ๆมาเปิดบ้างรึปล่าว ตัวโครงการนี้ออกแบบโดยบริษัท"Benoy"ของอังกฤษ(มีผลงานที่เมืองไทยด้วยอย่างที่เพิ่งเปิดไปคือเซ็นทรัลเฟสติวัลพัทยากับเซนทรัลพลาซ่าพระราม9ที่ยังไม่ได้สร้าง) โดยที่ห้าง"ION"นี้จะเปิดเดือนกรกฎาคมนี้ค่ะ เรื่องรายละเอียดอื่นๆของตึก..ไม่น่าตื่นเต้น(แต่คนสิงค์โปร์คงตื่นเต้น)เพราะเหมือนๆกับโปรเจคห้างของเซ็นทรัล(อ้าว..ก็คนออกแบบคนเดียวกันนี่ย่ะ)และห้างอื่นๆทั่วๆไปในยุคนี้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
























