แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Singapore แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Singapore แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Singapore : Shopping & Dining


มาต่อกันอีกนึดนึง..นิดนึงจริงๆ..5..5..5 ว่ากันด้วยเรื่องซื้อของและเรื่องกิน คราวนี้ที่ไปทัวร์จากเมืองจีนค่อนข้างเยอะ..หนาแน่น..ใครที่ทนทัวร์จีน(หมายถึงจีนแท้ๆต้นฉบับที่ไม่ใช่ฮ่องกงหรือใต้หวัน)ไม่ได้ควรมีขันติ..5..5..5 ทั้งเรื่องมารยาทและความสะอาดคนชาตินี้ได้ไป 100 คะแนนเต็ม แต่เป็น 100 คะแนนในทางด้านลบนะ..5..5..5 ตามห้างและโรงแรมใหญ่ๆจะเต็มไปด้วยทัวร์จากเมืองจีนมาลง ลงกันแบบเป็นกองทัพ มากันหมดขุนศึกตระกูลหยางตั้งแต่อาม่า,อากง,โซ้ยอี้,โซ้ยเจ็ก,อาตี๋,อาหมวย และมาพร้อมระบบเสียงสเตอริโอดอลบี้ 800 หลอด ไม่ว่าศูนย์การค้านั้นจะระดับเอลิสต์เพียงใด..ทัวร์จากจีนจะสามารถลดเกรดศูนย์การค้านั้นให้เหลือเพียงแค่ตลาดนัดท้ายซอยได้..5..5..5

That CD Shop : ร้านขายซีดีและดีวีดีที่หายากขึ้นทุกวันในยุคที่นิยมการโหลดทั้งถูกต้องและไม่ถูกต้อง ร้าน"That CD Shop"นั้นตามสายตาของดิฉันเพลงดีกว่าร้าน"HMV"ที่ขายสินค้าในประเภทเดียวกัน โดยเฉพาะเพลง"Dance"และเพลงแบบ"Lounge" โดยเฉพาะเพลงแบบ"Lounge"ทาง"That CD Shop"มีการออกแผ่นเป็นของตัวเองด้วย และแน่นอน..แพง

Orchard : ถนนชอปปิ้งชื่อดังของสิงคโปร์ ไม่ได้ไปหลายปีเปลี่ยนไปจนงง หลายตึกยังอยู่ที่เดิมแต่ได้รับการตกแต่งใหม่จนจำตึกเดิมไม่ได้ เป็นถนนที่มีห้างเยอะที่สุด,ร้านเยอะที่สุด,กะเทยหนาแน่นที่สุด(5..5..5)ในสิงคโปร์ แต่..ร้านไม่ค่อยต่างจากกรุงเทพนักดังที่เขียนไว้ในบทความที่แล้ว

The Shoppes at Marina Bay Sands : ศูนย์การค้าใหญ่ยักษ์หรูหราห้าดาวระดับเอลิสต์(แต่ทัวร์จีนเยอะมาก..5..5..5) ใครชอบของแพง,ของใหญ่,ของดัง..เชิญที่นี่คะ แต่ละร้านของแต่ละแบรนด์ใหญ่สุดลูกหูลูกตา อย่าเอาขนาดร้านแบรนด์เดียวกันตามพารากอน,เกษรหรือเอราวัณไปเปรียบเทียบ คนละรุ่นคนละไซส์ แต่ร้านส่วนใหญ่นั้นยังเปิดไม่ครบ น่าจะเป็นปี 2014 ไปแล้วที่น่าจะเปิดครบหมดทั้งหมด

Tim Ho Wan : ร้านที่ขายเฉพาะติ่มซำที่เขาว่าดังนักหนามาจากฮ่องกง ร้านดัง,เล็กและแพงคนแน่นมากต้องเล่นเก้าอี้ดนตรีแถมคิวยาวจนถ้าหิวมากๆอาจทนรอไม่ได้ จากที่ได้ไปกินก็อร่อยนะ..แต่ไม่ใช่ที่สุด เพราะเคยไปฮ่องกงแล้วเจ้านายเก่าพาไปกินอร่อยกว่านี้..กว่าแบบหลายเท่า

Ng Ah Sio : ร้านขายบักกุ๊ตเต๋ชื่อดังของประเทศนี้ จริงๆนี่คือจุดนึงเลยนะที่ต้องไปสิงคโปร์ครั้งนี้ เพราะต้องพาคนสำคัญไปกิน เพราะลองค้นหาดูหลายครั้งแล้วทั้งจากเวปไทยและเวปสิงคโปร์เองเขาก็ว่าร้านนี้ดีที่สุด แน่นอนแพงและแน่น แต่คงด้วยบารมีของคนสำคัญที่ไปด้วยกัน ไปถึงก็ได้นั่งและได้อาหารเลยเหมือนเสกเหมือนดีดนิ้ว

กรี๊ด..ด..ด..ด..เขียนยาวอีกแล้ว..ว..ว..ว แหมนะคนมันบ้าน้ำลายคุยแล้วคุยไม่หยุดเขียนแล้วเขียนไม่จบ..5..5..5 ที่เขียนมาก็ใช่ว่าจะทั้งหมดแต่เป็นที่ที่ได้ไปมาแล้วมากกว่า ลองเข้าไปอ่านดูได้จากตามลิงค์ที่ใส่ไว้ด้านหน้า รวมไปถึงลองเข้าไปหาอ่านบทความภาษาอังกฤษที่แนะนำร้านและสถานที่ต่างๆที่ได้รับความนิยมในสิงคโปร์ได้ในเวปนี้คะ"The Best Singapore"

Picture : Foxy Lady

Singapore


หายไปทำธุระ(ที่ไม่ได้เกี่ยวกับธุระกิจแฟชั่นใดๆ)ที่สิงคโปร์มา 3 วัน หลังจากที่ไปสิงคโปร์ครั้งสุดท้ายเมื่อ 6 ปีที่แล้ว สิงค์โปร์ในปี 2013 เปลี่ยนไปหลายอย่างมีทั้งด้านดีและไม่ดี ต้นไม้และแลนด์สเคปเมืองนี้ยังคงสวยหรือสวยมากกว่าเดิม คงมีแต่งบประมาณอย่างเดียวไม่ได้ต้องมีใจรักและรสนิยมด้วย ไม่ใช่มีสวนหย่อมแล้วปล่อยให้หญ้าตายขยะเกลื่อนแบบบางประเทศ..5..5..5

มาๆ..ไปเที่ยวสิงคโปร์กับดิฉันแบบสั้นๆกันคะ ห้างส่วนใหญ่แบรนด์แทบ..ไม่มีแบรนด์อะไรแตกต่างไปจากเมืองไทย แต่แตกต่างกันด้วยขนาดพื้นที่ของร้าน,การบริการและจำนวนของสินค้า บางอย่าง..บางแบรนด์..แพงกว่าเมืองไทยเป็นพันก็มี ซึ่งน่าจะเกิดจากที่สินค้าแบรนด์นั้นๆทางสิงคโปร์ไม่ได้เป็นผู้นำเข้าเอง แต่ที่ดีกว่าจนไม่สามารถยกเอาเรื่องราคาที่แพงกว่าขึ้นมาอ้างได้ก็คือจำนวนของสินค้าและการบริการ พนักงานส่วนใหญ่หน้าตาสวยงาม..แม้จะไม่เท่าเกาหลีก็เถอะ พูดเพราะ,ภาษาอังกฤษดีไม่ได้เป็นอังกฤษสำเนียงสิงคโปร์แบบสมัยก่อน แล้วสินค้าส่วนใหญ่ที่ได้เห็นหลายๆแบรนด์จะมีครบสี,ครบไซส์และจะมีชิ้นใหม่แกะกล่องให้ลูกค้าเสมอ ไม่ใช่แบบว่า..มีเข้ามาชิ้นเดียว,สีเดียวหรือเหลือชิ้นสุดท้ายที่โชว์แล้วคะ..นี่ขายลูกชิ้นปิ้งเหรอยะหล่อน..5..5..5 สินค้าที่จะทำการขอคืนภาษี(GST Refund)ได้ต้องมีราคาตั้งแต่ 100 เหรียญสิงคโปร์(99.95 ก็ไม่ได้คะ..5..5..5) โดยสินค้าที่ต้องการคืนภาษีต้องนำตัวสินค้าไปแสดง(สำแดง?..อะไรซัมติง)ที่เคาน์เตอร์"GST Refund"ก่อนทำการเช็คอินที่สนามบินด้วยคะ

โรงแรมส่วนใหญ่และสนามบินมี"Wi-Fi"ให้ใช้ฟรี โดยที่สนามบิน"Changi"นั้นไม่ต้องใช้"ID"และ"Password"ใดๆเหมือนกับในโรงแรม เพียงแค่เปิด"Wi-Fi"แล้วเลือก"#Wi-Fi@Changi"ก็สามารถใช้ได้เลย โดยความเร็วนั้น..เร็วกว่าของ"Dtac"ที่เสียเงินใช้อยู่เสียอีก..5..5..5 ถ้าไปไหนมาไหนไม่หยุดแบบว่าออนทัวร์รอบเกาะแล้วไปคนเดียวในระยะเวลา 3 วัน 2 คืนควรซื้อบัตร"Singapore Tourist Pass" เพราะขึ้นได้ไม่จำกัดจำนวนเที่ยวในระยะเวลา 3 วัน โดยบัตร"Singapore Tourist Pass"สำหรับ 3 วันอยู่ที่ราคา 30 เหรียญสิงคโปร์(มีให้เลือกแบบ 1 และ 2 วันด้วยคะ) ซึ่งสามารถนำบัตรไปคืนได้ในวันกลับและจะได้รับค่ามัดจำบัตรคืน 10 เหรียญ ข้อดีของบัตรนี้คือไม่ต้องเข้าคิวซื้อตั๋ว,ไม่ต้องคิดมากเมื่อลงผิดสถานีก็ขึ้นใหม่เข้าๆออกๆขึ้นๆลงๆสนุกสนานและไม่เหลือเหรียญเศษเล็กเศษน้อยแบบซื้อตั๋วต่อเที่ยวให้มาเป็นภาระ นอกจากบัตรนี้จะใช้ได้กับ"MRT"แล้วยังใช้ได้กับรถเมล์และ"LRT"อีกด้วยคะ มีสถานีเดียวในสิงคโปร์ที่ใช้บัตรนี้ไม่ได้คือ"Sentosa Express" ซึ่งแยกออกมาต่างหากต้องซื้อบัตรใหม่อีก 4 เหรียญสิงคโปร์คะ

สิงคโปร์เป็นเมืองที่ค่าครองชีพสูงคือไปแล้วห้ามคิดมากคิดจุกจิกนั่นนี่ อาจพาลทำให้นอนไม่หลับท้องผูกเที่ยวไม่สนุก..5..5..5 ก่อนไปครั้งนี้ก็ซื้อหนังสือท่องเที่ยวสิงคโปร์มาอ่านเนื่องจากไม่มั่นใจ(ไว้จะเผาให้ฟังในภายหลัง..5..5..5)เพราะไม่ได้ไปมาตั้ง 6 ปี แต่พอหลังจากอ่านจบ..เสียดายตังนะ หาอ่านเอาในเนตข้อมูลยังจะอัพเดทซะกว่า ส่วนตัวช่วยในการไปเที่ยวแน่นอนสมัยนี้เขาไม่กางแผนที่กันแล้ว ไม่งั้นเราจะซื้อโทรศัพท์แพงๆมาทำซากอะไร?..ถ่ายหน้าตัวเอง?..ถ่ายหมา?..5..5..5 "Application"ที่จัดว่าดี(อาจมีดีกว่าแต่หายังไม่เจอ..5..5..5)สำหรับการไปสิงคโปร์ก็คือ"Explore Singapore"และ"Streetdirectory" โดยที่"Explore Singapore"นั้นคือแผนที่รถไฟใต้ดิน(MRT)สามารถใช้ได้กับโทรศัพท์ทุกประเภท ส่วน"Streetdirectory"นั้นเป็นแผนที่เมืองสิงคโปร์แบบละเอียดเพียงแค่กรอกชื่อสถานที่ลงไป แผนที่ก็จะแสดงตำแหน่งของจุดที่เราจะไปอย่างแม่นยำ อุ้ย..ยาวไปละ..ว่าจะเขียนสั้นๆแล้วเชียว..นี่ยาวจนจะพิมพ์เป็นพ๊อคเก็ตบุ๊คนำเที่ยวสิงคโปร์ได้แล้ว..5..5..5

Picture : Foxy Lady

วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

Cruise 2014 : Chanel


Singapore : คงไม่มีมุมจากกล้องใดของสื่อไหนที่สร้างความเสียหายและขบขันของโชว์"Chanel"คอเลคชั่นนี้ได้เท่ากับของช่างภาพที่มีชื่อว่า"Desmond Wee"จากสิงคโปร์ โดยเฉพาะภาพในช่วง"Finale"ที่ดูสับสนวุ่นวายขาดระเบียบและมารยาทเกินกว่าที่โชว์ครั้งใดๆของ"Chanel"จะเคยมีมา..5..5..5


วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Abercrombie & Fitch : Singapore Store Models


เห็นออกข่าวเหยงๆว่าจะเปิดฮ่องกง แต่ไหงมาเปิดสิงค์โปร์ก่อนได้..ขี้เกียจงงธุระไม่ใช่..5..5..5 อาจจะเป็นไปได้ว่า..เพราะที่นี่คือ"ดินแดนแห่งกะเทยอเบอครอมบรี้..รี้..แห่งฟากโลกตะวันออก" ต้องรีบเปิด..เพราะในเอเซียนี้ไม่มีกะเทยที่ไหน..ประเทศใด..ใส่เสื้อผ้า.."อเบอครอมบรี้..รี้.."เยอะเท่ากับกะเทยสิงค์โปร์อีกแล้ว มันช่างตรงกลุ่มเป้าหมายอะไรเช่นนี้


ว่าแต่..ทำไมวันแถลงข่าวนายแบบสิงค์โปร์..ถึงหาแทบไม่เจอในรูป? นายแบบสิงค์โปร์น้อยจนแทบมองไม่เห็น อะไรคือสาเหตุน่ะ..ก.คนเอเซียใส่"Abercrombie"ไม่สวย..5..5..5 ข.นายแบบสิงค์โปร์หน้าตาไม่ผ่าน..5..5..5 ค.คนสิงค์โปร์ชอบดูนายแบบฝรั่งมากกว่านายแบบชาติตัวเอง..5..5..5 ตอนที่แถลงข่าวสาขาที่ญี่ปุ่นยังใช้นายแบบญี่ปุ่นจำนวนเยอะมากกว่านี้ หรือว่า..เอ..ดิฉันเข้าใจผิด จริงๆคือนายแบบฝรั่งพวกนี้คือคนสิงค์โปร์?..5..5..5


วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

AFX Top Fashion Bloggers Contest 2011 : The Winner


แอบประกาศกันไปแล้วอย่างเงียบๆ..จุ๊..จุ๊..อย่าเอ็ดไปเดี๋ยวคนอื่นได้ยิน..5..5..5 ถ้าไม่มีคนแอบ(ต้องแอบน่ะ..อย่ากระโตกกระตาก)มาบอก..ดิฉันคงไม่รู้เรื่อง จริงๆเขาก็บอกต่อกันมาเป็นทอดๆ ทำไมต้องแอบเนอะ..เงียบขนาดCIAยังหาข่าวไม่เจอ..5..5..5

ผู้ชนะจาก 4 ประเทศมีดังนี้ค่ะ

Hisyam Khalid (Malaysia) - hisyamkhalid
Tria Zaluska (Indonesia) - ladymitroz
Nasit Wankhwan (Thailand) - houseofalexandul
Tarandip Kaur (Singapore) - fashstash

ป.ล. มีคนถามว่าทำไมดิฉันไม่ส่งประกวด ตอบ..ดิฉันไม่สามารถทำตามกฎของกองประกวดได้ทั้งหมดค่ะ(5..5..5..และดูเป็นนางสาวไทย)

Details : Dodo

วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2554

AFX Top Fashion Bloggers Contest 2011


สำหรับผู้ที่สนใจเข้าประกวดสุดยอดบล็อกเกอร์ด้านแฟชั่นแห่งเอเชีย จะต้องเป็นบล็อกเกอร์ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี และมีประวัติเขียนบล็อกอย่างต่อเนื่องมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน ผู้ที่ชนะการประกวดจะได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าชมงานในทุกส่วน และได้เขียนลงในบล็อกของตนเองเกี่ยวกับประสบการณ์ที่ได้สัมผัสกับงานระดับโลกนี้ รวมถึงการได้สัมภาษณ์สุดยอดดีไซเนอร์ และคนดังในวงการแฟชั่นต่าง ๆ มากมาย

สุดยอดเทศกาลแฟชั่นแห่งภูมิภาค Asia Fashion Exchange (AFX) ประกาศเปิดการแข่งขันครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี ตามล่าหา 4 สุดยอดบล็อกเกอร์จากประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และประเทศไทย มาประดับวงการแฟชั่นแห่งภูมิภาค

ผู้ที่ชนะเลิศการประกวด AFX Top Fashion Blogger Competition ในปีนี้จะถูกคัดเลือกจากความชัดเจน ความโดดเด่น รู้ลึก รู้จริง และความเห็นที่เป็นตัวของตัวเองเกี่ยวกับวงการแฟชั่น ในการสื่อผ่านบล็อกว่าทำไมตนเองจึงควรได้เป็นหนึ่งในเทศกาลแฟชั่นแห่งภูมิภาคนี้ ผู้ที่ชนะการประกวดจะได้รับแหวน Debonair สุดเก๋จาก ลีฮวาจิวเวลรี่ (Lee Hwa Jewellery) และบัตรเข้าชมงานในทุกส่วนของ AFX ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-12 พฤษภาคมนี้ที่ประเทศสิงคโปร์ นอกเหนือไปจากรางวัลเหล่านี้แล้ว บล็อกเกอร์คนเก่งจากประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และประเทศไทยยังจะได้บินลัดฟ้ากับสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ไปยังประเทศสิงคโปร์ และเช็คอินเข้าพักในโรงแรมสุดหรู แฟร์มองต์โฮเต็ล

วิธีที่คุณสามารถส่งบล็อคเข้าร่วมงาน : AFX Top Fashion Bloggers Contest 2011

1 ส่งที่อยู่บล็อกของคุณมาที่ editor@mediacorp.com.sg โดยหมดเขตส่งในวันจันทร์ที่ 25 เมษายน 2011 ระบุคำว่า"AFX Blogger Contest"เป็นหัวข้อเรื่อง

2 ในเมล์กรุณาอธิบายเหตุผลที่คุณเลือกที่จะมางาน AFX (ในภาษาอังกฤษ)

3 คุณสามารถส่งบล็อกที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ (ในภาษามาเล,บาฮาซา,อินโดนีเซียหรือภาษาไทย) แต่ในบล็อกจะต้องมีบทความภาษาอังกฤษในเหตุผลที่คุณอยากเข้าร่วมงาน AFX

4 กรุณาลงชื่อ,เบอร์โทรศัพท์และที่อยู่อีเมลของคุณ เพื่อการติดต่อกลับ (ในภาษาอังกฤษ)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :

คุณ จุไรกาญจน์ ตระกูลเวช

บริษัท มีเดีย พลัส คอนเนคชั่น ตัวแทนประชาสัมพันธ์ การจัดงาน Asia Fashion Exchange 2011

โทร: 081-989 5459 , อีเมล์: : jt.mediaplusconnection@gmail.com

วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2554

Singapore : Men's Fashion Week 2011 "Issue"


The designers of Thai fashion label “Issue” can be said to be more than just fashion designers, but visual artists as well. Issue has been featured in many famous magazines such as Teen Vogue and L’Officiel Paris but is still a relatively unknown brand in Singapore, thus the final day’s audience of Men’s Fashion Week 2011, had quite an eye-opener at their dramatically-staged fashion show.


Founder and chief designer Roj Kritpholnara (Bhubawit Kritpholnara) created a collection seemingly inspired by sanskrit which formed poetic and creative patterns and designs on unique and exotic clothes.

Picture : 8flo Lifestyle

Picture : Style-Anywhere

Singapore : Men's Fashion Week 2011

วันนี้ขณะที่สี่สาวต่างวัยกำลังนั่งกินเครื่องในทั้งหมู..ทั้งวัว แลดูคล้ายหมู่บ้านผีปอป..5..5..5 ทันใดนั้นก็มีคนเปิดหัวข้อเพื่อช่วยในการเจริญอาหาร แน่นอนคงไม่พ้นเรื่อง"Men's Fashion Week 2011"ที่สิงค์โปร์ มีทั้งคนบอกว่างาม..และมีคนบอกว่าแย่(แน่นอนคนหลังไม่ใช่อื่นไกล..ดิฉันเอง..5..5..5) ซึ่งปอป..ว๊าย..ไม่ใช่..คนที่เหลือก็ถามกันว่า.."ทำไมล่ะเจ๊?" พอจะมีเหตุผลได้ดังนี้ที่ไม่ชอบค่ะ

Alexander McQueen (Underwear)

ดิฉันไม่ชอบ"สไตล์ลิ่ง"ในหลายๆโชว์ จากรูปที่ได้ดูไม่ครบทุกโชว์.."แมคควีน"น่าจะ..น่ากลัวมากที่สุด ถึงแม้จะเป็นแค่กางเกงในไม่ใช่ชุดในคอเลคชั่นก็เถอะ น่าจะรักษาคอนเซปไว้บ้าง แต่ก็ไม่แน่..นี่อาจจะเป็นคอนเซปใหม่ที่"Sarah Burton"แฟ๊กซ์ส่งมาให้ทำก็ได้..5..5..5

2xist

โชว์กางเกงในชาย..เยอะเป็นพิเศษมีหลายแบรนด์ สไตล์ลิ่งสุดสยองแทบทุกแบรนด์ โชว์ของ"2xist"พร็อบที่ประกอบแลดูคล้าย.."ซุปเปอร์ฮีโร่"..แบบตกอับ อืม..ม..ถ้ายิ่งได้รูปเยอะๆ ท่าโพสของนายแบบยิ่งทำให้ชุดเพิ่มความสยดสยองมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว

Jail Jeans (Philippine)

อืม..ม..ไม่ใช่ว่าเสื้อผ้าธรรมดาหรือคล้ายตลาดล่างเมืองเรา แล้วเอาไปอัดด้วยสไตล์ลิ่งแรงๆแล้วมันจะช่วยให้ดูดีขึ้นได้ ดีไม่ดีมันอาจจะพบกับความหายนะแบบที่แบรนด์"Jail Jeans"จากฟิลิบปินส์ที่กำลังประสบอยู่แบบในรูปด้านบน ตราบใดที่เราไม่ใช่"Viktor & Rolf"หรือ..."Nicola Formichetti" ความแรงไม่ใช่การแก้ปัญหาหรือทางออกสุดท้ายเสมอไปค่ะ ถ้ามองย้อนกลับไปดูงานดีๆของโชว์เสื้อผ้าผู้ชายทั้งที่มิลานและนิวยอร์ค คุณจะพบความเรียบง่ายและดูดี,มีเทส(คำศัพท์คำหลังนี้สิงค์โปร์ไม่น่ามีคำแปล)

Picture : Zimbio

วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

Second Issue @ Singapore

เดินจบไปตั้งนานแล้วที่ดิฉันไม่ได้ลงรูปเพราะ..เพราะ..หารูปถูกใจไม่ได้(5..5..5)ดิฉันเป็นคนเรื่องเยอะ ไม่สวยแล้วยังมากเรื่อง วันนี้เพิ่งได้เห็นรูปในบทความของNY Timesที่ดูแล้วแปลกใจ ไม่รู้ว่าเขาเขียนประชดงานหรือชม(5..5..5) โดยบทความสั้นๆเขียนไว้ว่า"The Audi Fashion Festival in Singapore opened with a show of Dsquared and closed with Roberto Cavalli making it… the Milan of the East?" มิหนำซ้ำภาพประกอบบทความยังมีแต่ภาพของแบรนด์ไทยอย่าง"Second Issue" ความพยายามของสิงค์โปร์คราวนี้ดูจะไร้ผลหรือผิดวัตถุประสงค์ต้องคอยดูกันต่อไป

Picture @ thaicatwalk.com : Singapore Fashion Week 2010

วันพฤหัสบดีที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2553

Thai Designer @ Singapore Fashion Getaway

Wednesday 28 April 2010

21.30 : Second Issue (Issue New Line)

Thursday 29 April 2010

12.00 : Greyhound , Curated by Ek Thongprasert
14.00 : Second Issue , Munchu’s , Chai Red , Sanshai

Location : Pit Building , Republic Boulevard , Singapore

Link : Singapore Fashion Gateway

วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2552

Bershka @ Singapore

"Bershka"เสื้อในเครือของบริษัท"Inditex"(Zara) จะเปิดที่สิงค์โปร์เป็นที่แรกในเอเซียแต่ตามข่าวยังไม่ได้ระบุค่ะว่าที่ไหน แต่ถ้าจะให้ดิฉันเดาแบบสุ่มๆก็น่าจะเป็นที่"ION"(บทความด้านล่าง) เพราะสิงค์โปร์เปิดห้างใหม่ทีไรมักมีแบรนด์ใหม่ๆนำเข้ามาทุกครั้ง

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง : bershka

วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ION : Orchard , Singapore

เผยแพร่บทความ
ห้างใหม่(อีกแล้ว)บนถนน"Orchard"ในสิงค์โปร์ชื่อว่า"ION"(คงเป็นคำย่อ..แต่จากคำว่าอะไรหาไม่เจอค่ะ) แน่นนอนเอาไว้ช้อปปิ้งตอนนี้ยังไม่เปิดเลยยังไม่มีชื่อร้านค้าว่าจะมีแบรนด์อะไรใหม่ๆมาเปิดบ้างรึปล่าว ตัวโครงการนี้ออกแบบโดยบริษัท"Benoy"ของอังกฤษ(มีผลงานที่เมืองไทยด้วยอย่างที่เพิ่งเปิดไปคือเซ็นทรัลเฟสติวัลพัทยากับเซนทรัลพลาซ่าพระราม9ที่ยังไม่ได้สร้าง) โดยที่ห้าง"ION"นี้จะเปิดเดือนกรกฎาคมนี้ค่ะ เรื่องรายละเอียดอื่นๆของตึก..ไม่น่าตื่นเต้น(แต่คนสิงค์โปร์คงตื่นเต้น)เพราะเหมือนๆกับโปรเจคห้างของเซ็นทรัล(อ้าว..ก็คนออกแบบคนเดียวกันนี่ย่ะ)และห้างอื่นๆทั่วๆไปในยุคนี้

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง : ionorchard , benoy