แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 50's แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 50's แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2564

Fashion News: Paris Exhibition

From Left to Right: Thierry Mugler, Couturissime: Image FNAC,
Vogue Paris 1920-2020, Une histoire de la mode: Image CNAP, CinéMode: Image FHCM

งานนิทรรศการแฟชั่นที่แสดงถึงความเป็นมาของแฟชั่นของคนยุคก่อนมีความสำคัญมากต่อคนยุคใหม่ นี่คือสิ่งนึงที่ทำให้"Paris"ยังคงสภาพความความเป็นเมืองหลวงของแฟชั่นจากอดีตจนถึงปัจจุบัน เพราะ"Paris"มีรากฐานของแฟชั่นที่แข็งแรงยิ่งกว่าเมืองแฟชั่นอื่นๆ มาในปลายปี 2021 นี้หลังจากที่โลกประสบปัญหาเรื่องโรคระบาด"Covid-19"มานานและใหญ่หลวง ทั้งญี่ปุ่นและฝรั่งเศสแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางด้านแฟชั่นของฝั่งเอเซียและฝั่งยุโรป โดยการที่เมื่อ"Tokyo 2020 Olympic Games"สิ้นสุดลงนั้น ทางญี่ปุ่นได้เลื่อนการจัด"Rakuten Fashion Week Tokyo"ประจำฤดูกาล"Spring/Summer 2022"ขึ้นมาจากเวลาเดิมเพื่อมาปิดงาน"Tokyo 2020 Olympic Games" ส่วนผรั่งเศสที่จะเป็นเจ้าภาพ"Paris 2024 Olympic Games"ในครั้งต่อไปก็เปิดตัวด้วยงานนิทรรศการที่เกี่ยวกับแฟชั่นในยุคสมัยต่างๆกันถึง 4 งาน

Thierry Mugler, Couturissime: Image MAD Paris

งาน"Thierry Mugler, Couturissime"นั้นจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 30 กันยายน 2021 ถึง วันที่ 24 เมษายน 2022 ที่"Musée des Arts Décoratifs"ใน"Paris" โดยในงานจะจัดแสดงผลงานชิ้นสำคัญของ"Thierry Mugler"ตั้งแต่ปี 1973 ถึงปี 2014 ราคาค่าเข้าชมอยู่ที่ 540 บาท

Vogue Paris 1920-2020: Image Expositions à Paris

งาน"Vogue Paris 1920-2020"จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 2 ตุลาคม ถึง วันที่ 30 มกราคม 2022 ที่"Palais Galliera"ใน"Paris" โดยในงานมีการจัดแสดงภาพปก, ภาพแฟชั่น, ภาพประกอบ และ เสื้อผ้า"Haute Couture"และ"Prêt-à-porter"อีกกว่า 50 ชุด ราคาค่าเข้าชมอยู่ที่ 540 บาท (ราคานี้รวมค่าเข้าชมนิทรรศการ"Une histoire de la mode"ไว้ด้วยแล้ว เนื่องจากจัดในสถานที่เดียวกัน)

Une histoire de la mode: Image Palais Galliera

งาน"Une histoire de la mode"จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 2 ตุลาคม 2021 ถึง วันที่ 13 มีนาคม 2022 ที่"Palais Galliera"ใน"Paris" ภายในงานมีการจัดแสดงเสื้อผ้าตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 18 (1701-1800) จนถึงเสื้อผ้ายุคปัจจุบันจำนวนเกือบ 350 ชิ้น ราคาค่าเข้าชมอยู่ที่ 540 บาท (ราคานี้รวมค่าเข้าชมนิทรรศการ"Vogue Paris 1920-2020"ไว้ด้วยแล้ว เนื่องจากจัดในสถานที่เดียวกัน)

Cinémode: Image TF1 & Vous

งาน"Cinémode"โดย"Jean Paul Gaultier"จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 6 ตุลาคม 2021 ถึง วันที่ 16 มกราคม 2022 ที่"La Cinémathèque Française" "Jean Paul Gaultier"ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่าเขาอยากเป็นนักออกแบบเสื้อครั้งแรกเมื่อได้ดูภาพยนต์เรื่อง"Falbalas"ปี 1945 โดย"Jacques Becker" ภายในงานจะเป็นเรื่องราวของภาพยนต์ที่มีอิทธิพลต่อการออกแบบของ"Jean Paul Gaultier" และเสื้อผ้าของ"Jean Paul Gaultier"ที่ออกแบบให้กับภาพยนต์ ราคาค่าเข้าชมอยู่ที่ 460 บาท

From Left to Right: Thierry Mugler, Couturissime: Image MAD Paris,
Vogue Paris 1920-2020, Une histoire de la mode: Image Palais Galliera, CinéMode: Image La Cinémathèque Française

นอกจากนี้แล้วทั้ง 4 นิทรรศการยังมีหนังสือรวบรวมภาพผลงานที่จัดแสดงออกมาจำหน่ายด้วยโดยที่"Thierry Mugler, Couturissime"มีความหนา 235 หน้า ราคาอยู่ที่ 1,743 บาท "Vogue Paris 1920-2020"มีความหนา 324 หน้า ราคาอยู่ที่ 1,890 บาท "Une histoire de la mode"มีความหนาอยู่ที่ 160 หน้า ราคาอยู่ที่ 770 บาท "CinéMode"มีความหนาอยู่ที่ 240 หน้า ราคา 1,540 บาท

วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2563

Capsule 2020: JW Anderson x Tom of Finland


การร่วมมือกันระหว่าง"JW Anderson"และ"Tom of Finland Foundation" โดยการนำเอารูปจากสมุดภาพสำหรับผู้ใหญ่ชื่อว่า"The Saddle Thief XII"ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 1958 มาพิมพ์ลงบน"Tote Bag" ตอนนี้"Tote Bag"ใบนี้น่าจะโดนจำหน่ายหมดไปจากร้านค้าออนไลน์ของ"JW Anderson"

The Saddle Thief XII (1958) by Tom of Finland: Image Richard Saltoun Gallery

"Tom of Finland"มีชื่อจริงว่า"Touko Valio Laaksonen"เป็นศิลปินที่วาดภาพในแนว"Homoerotic" เกิดเมื่อปี 1920 และเสียชีวิตในปี 1991 ในขณะที่อายุได้ 71 ปี "Tom of Finland"มีผลงานมากมาย รวมถึงมีภาพยนต์อัตชีวประวัติออกฉายในปี 2017 ที่ใช้ชื่อเดียวกัน

หมายเหตุ - ที่"Jonathan Anderson"นำเอาภาพจากการเขียนของ"Tom of Finland"มาใช้ในผลงาน"Capsule"ครั้งนี้นั้นเนื่องจากเดือนนี้ถือเป็น"LGBT Pride Month" และนอกจากนี้ยังมีผลงานที่"Jonathan Anderson"ทำให้กับ"Loewe"โดยการนำเอาภาพต่างๆของ"Divine"มาพิมพ์ลงบนผลงานในรูปแบบต่างๆ โดยจะวางจำหน่ายในวันนี้เป็นวันแรก

วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2555

วันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

Schiaparelli and Prada: Impossible Conversations


งานนิทรรศการใหญ่ของปีนี้ งานที่รวมเอาผลงานของสองดีไซน์เนอร์ต่างยุคเข้าไว้ด้วยกัน"Miuccia Prada"และ"Elsa Schiapparelli" ดิฉันเป็นคนที่ไม่ชำนาญ(สันทัด?)เรื่องของ"Elsa Schiapparelli"ทำให้ยังไม่ค่อยเข้าใจนักว่าทำไมถึงรวมสองคนนี้เข้าด้วยกัน? เพราะในความรู้สึกของดิฉันดิฉันคิดว่า"Elsa Schiapparelli"นั้นมีงานที่ค่อนข้างดู"เหนือจริง"เยอะ ในขณะที่ผลงานของ"Miuccia Prada"นั้นค่อนข้างดูจริงจัง มีอยู่แค่อย่างเดียวที่ทั้งสองคนเหมือนกันคือเป็นคนอิตาเลี่ยนทั้งคู่


นี่เป็นภาพจากงานแถลงข่าวที่เพิ่งมีไปเมื่อวันที่ 24 เดือนนี้ที่มิลาน โดยตัวงานจริงๆจะจัดขึ้นที่"The Metropolitan Museum of Art"(อีกแล้ว)ที่นิวยอร์ค ในในระหว่างวันที่ 10 พฤษภาคมถึงวันที่ 19 สิงหาคมปีนี้ ตัวงานโดยคร่าวๆจะมีการแบ่งเสื้อผ้าของทั้งสองดีไซน์เนอร์ออกเป็น 6 ส่วน โดยการจัดกลุ่มเสื้อผ้าที่อยู่ในลักษณะที่คล้ายกัน ถึงดูตัวอย่างแล้ว..จะเข้าใจถึงความคล้ายคลึงกันในแต่ล่ะกลุ่มก็ตาม แต่ดิฉันก็ยังคิดว่า..ถ้าด้วยแนวคิดผลงานของ"Karl Lagerfeld"บางส่วนในยุคแรกๆยังดูเหมือนผลงานของ"Elsa Schiapparelli"มากกว่าของ"Miuccia Prada" แต่นั่นก็อาจจะไม่ใช่ประเด็นก็ได้..5..5..5


วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Billie Holiday : Strange Fruit (1956)


ค.ศ.1956...เท่ากับพ.ศ.2499ของไทย..หรือ55ปีผ่านมาแล้ว..! หลายคนชอบเปรียบเทียบ"Amy Winehouse"กับ"Billie Holiday"ว่ามีส่วนคล้ายกันทั้งน้ำเสียงและการดำเนินชีวิต จนหลายคนกลัวว่า..เธอจะจบชีวิตลงเหมือน"Billie Holiday"..และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ นักร้องดังหลายคนจบไม่สวย แต่สิ่งที่พวกเธอเหลือไว้กลับมีค่ามากมายและไร้กาลเวลา วิดีโอด้านบน..ใช่ผ่านมา55ปีแล้ว แต่ดู"Billie Holiday"แต่งตัว..เดรสทำจากผ้า"Lamé"แบบเดียวกับที่"Prada"เพิ่งทำไปใน"Fall/Winter 2011-2012" กับต่างหูรูปทรงที่ไม่ได้แตกต่างไปจากยุคปัจจุบันนี้ กับเพลงที่แฝงเรื่องราวความแปลกแยกแตกต่างอย่าง"Strange Fruit"

วันพุธที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2553

วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ชั่วฟ้าดินสลาย (2498)

Forever Yours (1955)

เพลง : ชั่วฟ้าดินสลาย โดย ดนู ฮันตระกูล พ.ศ. 2532

วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2553

Vintage : Haute Couture

Christian Dior
 "Junon" Fall/Winter 1949 - 1950

"Venus" 1949

Hubert de Givenchy
1963

1968

Cristobal Balenciaga
1959

Jacques Fath
1951

วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

วันเสาร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2553

Irene Lentz

ผลงานบางส่วนของ"Irene Lentz" ที่ดิฉันพอจะหามาลงได้ รูปทั้งหมดมาจากตัวเวปไซท์ของ"Irene Lentz"เองค่ะ คุ้นๆตา..บ้างไหมค่ะ?

Irene Lentz (1900 - 1962)

"Irene Lentz"หรืออีกนามสกุลนึงคือ"Irene Gibbons" เป็นนักออกแบบเสื้อผ้าชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงมาจากการออกแบบเสื้อผ้าให้ภาพยนต์ฮอลลี่วู๊ดหลายเรื่อง ตั้งแต่ปี1933-1963(เรื่องสุดท้าย"A Gathering of Eagles"ออกฉายในปี1963หลังจากเธอเสียชีวิตแล้ว) ดิฉันไม่เคยได้ยินชื่อเธอมาก่อน นักออกแบบเสื้อผ้าให้ภาพยนต์ดิฉันรู้จักแต่"Edith Head"คนเดียว ดิฉันเจอชื่อของเธอจากการค้นหาภาพเสื้อผ้าโบราณในอินเตอร์เนต แล้วภาพเสื้อผ้ารุปนึง..พลางนึกในใจว่า"สวยจัง..ของใครเนี่ย?" แล้วก็เจอชื่อว่าออกแบบโดย"Irene Lentz"อยู่ในข้อความนั้น ดิฉันจึงไปค้นหาเรื่องของเธอต่อจึงได้พบว่า..เวรกรรม..เธอเป็นคนที่ออกแบบเสื้อผ้าให้หนังที่ดิฉันชอบเสื้อผ้ามากคือ"Ziegfeld Follies"(1946) ดิฉันขอเดาหรือสันนิษฐานเอาว่าเสื้อผ้าของเธอน่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับดีไซน์เนอร์รุ่นหลังๆหลายๆคน ไม่ว่าจะเป็น"Thierry Mugler","John Galliano"(Christian Dior) โดยเฉพาะ"Thierry Mugler"เพราะในหนังเรื่อง"Ziegfeld Follies"มีหลายฉากที่ดูคล้ายคลึงกับเสื้อผ้าของ"Thierry Mugler"ในหลายๆคอเลคชั่น หนังเรื่อง"Ziegfeld Follies"เป็นหนังที่ดิฉันแนะนำว่าควรหามาดูค่ะ

Picture : Life

วันพฤหัสบดีที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2552

Blog : Fashion Flashback !

Pierre Cardin 1965

อะไรจะถูกใจขนาดนี้ "Blog"ใหม่..แต่ไม่เอี่ยมเปิดมาประมาณเดือนนึงแล้ว(ก็ยังใหม่น่ะ..) พระเจ้า.."Blog"นี้รวบรวมทั้งภาพและวิดีโอแฟชั่นจากยุค50,60และ..70 ยังไม่มีรูปและวิดีโอมากนักเพราะเพิ่งเปิด แต่ที่มีอยู่ก็..ก็..เกินคำว่า"เปรี้ยว"แล้วค่ะ ชอบมากค่ะ..อยากร้องกรี๊ด..ด..ด..รับปีใหม่

Link : Fashion Flashback

วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2552

Spring/Summer 2010 : Undercover (Details)

รายละเอียดบนเสื้อผ้าส่วนต่างๆของ"Undercover" ได้แนวคิดมาจากการดัดแปลงส่วนต่างๆของเครื่องเสียง(?) จากการออกแบบของนักออกแบบ"Industrial Design"ชาวเยอรมันชื่อ"Dieter Rams" ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบให้กับบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าชื่อดังของเยอรมันอย่าง"Braun"ในช่วงยุคปลายยุค50-60 ซึ่งในสมัยนั้นน่าจะเป็นผลงานการออกแบบที่ดูเรียบง่ายแต่ล้ำยุค

Picture & Details : Restless Things